Nissan เตรียมเปิดตัวรถครอสโอเวอร์รุ่นใหม่สำหรับตลาดอเมริกาเหนือรุ่น Rogue ในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งจะมีความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะจะเป็นครั้งแรกที่ระบบ e-Power ได้ทำตลาดในสหรัฐฯอย่างจริงจัง โดยเวอร์ชัน Nissan Rogue Hybrid e-Power รุ่นใหม่จะมีกำหนดเปิดตัวในปี 2027

ระบบ e-Power ของ Nissan เป็นเทคโนโลยีที่มีเอกลักษณ์ เพราะถึงแม้จะใช้เครื่องยนต์เบนซิน แต่เครื่องยนต์ไม่ได้ขับเคลื่อนล้อโดยตรง มีหน้าที่หลักคือผลิตกระแสไฟฟ้าให้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนรถ ทำให้ความรู้สึกการขับใกล้เคียงรถ EV มากกว่า Hybrid ทั่วไป โดยเทคโนโลยีนี้พัฒนามาแล้ว 3 เจเนอเรชัน และถูกใช้งานในรถมากกว่า 1.5 ล้านคันทั่วโลก

 

ผู้บริหาร Nissan ระบุในงานประชุมกับสื่อมวลชนใกล้เมืองดีทรอยต์ว่า Rogue อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการนำ e-Power เข้าสู่ตลาดอเมริกา และมีโอกาสที่รถรุ่นอื่นๆ จะตามมาในอนาคต แม้ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่บริษัทแนะนำให้ดูตัวอย่างจากตลาดต่างประเทศเพื่อคาดการณ์ทิศทางต่อไป

หนึ่งในตัวอย่างที่อยู่ใกล้ตลาดอเมริกาเหนือมากที่สุดคือ Nissan Kicks Play e-Power (ตัวถังเดียวกับ Kicks ที่วางจำหน่ายในไทย) ซึ่งเปิดตัวใน Mexico ตั้งแต่ปี 2022 โดยรถรุ่นนี้ใช้แบตเตอรี่ความจุ 2.1 kWh และเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ความจุ 1.2 ลิตรที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องปั่นไฟ สร้างพลังงานไฟฟ้าให้กับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 134 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 280 นิวตัน-เมตร

 

ในอนาคต Nissan อาจพัฒนา Nissan Kicks รุ่นใหม่ที่ใช้ระบบ e-Power เจเนอเรชันที่ 3 ซึ่งออกแบบมาโดยคำนึงถึงรูปแบบภารใช้งานของตลาดสหรัฐฯ โดยเฉพาะ สังเกตได้จากตัวอย่างใกล้เคียงคือ Nissan Qashqai เวอร์ชันยุโรป ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่คงามจุ 2.1 kWh และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 202 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 330 นิวตัน-เมตร

 

หาก Kicks ที่จำหน่ายในอเมริกาเหนือติดตั้งขุมพลังนี้ จะถือเป็นการเพิ่มสมรรถนะอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับรุ่นปัจจุบันที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร ไร้ระบบอัดอากาศ ให้กำลังสูงสุด 141 แรงม้า ขณะเดียวกันข้อได้เปรียบสำคัญของ e-Power คือ ประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ Nissan ต้องแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง Toyota Corolla Cross ที่มีรุ่น Hybrid ซึ่งทำอัตราสิ้นเปลืองได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัดในตลาดสหรัฐ

ที่มา: Carscoops