Porsche ขยายไลน์อัพ SUV พลังงานไฟฟ้าล้วนด้วยการเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ Cayenne S Electric ซึ่งถูกวางตำแหน่งอยู่ระหว่างรุ่นพื้นฐานและรุ่นท็อป โดยรถรุ่นใหม่จะมาพร้อมการออกแบบที่โดดเด่นยิ่งขึ้น รวมถึงตัวเลือกการตกแต่งพิเศษ เพื่อเพิ่มความพรีเมียมและทางเลือกเพิ่มเติมให้กับลูกค้า

 

งานออกแบบของ Cayenne S Electric มีรายละเอียดเฉพาะรุ่นบริเวณด้านหน้าและด้านท้าย โดยเพิ่มการตกแต่งชิ้นส่วนกันชนด้วยสีเทา Volcano Grey Metallic ขณะที่บางส่วนของกันชนและดิฟฟิวเซอร์หลังใช้สีเดียวกับตัวถัง เพิ่มความกลมกลืนและเพิ่มความสปอร์ตมากขึ้น พร้อมล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ลาย Cayenne S Aero ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ของ SUV สมรรถนะสูง ขณะเดียวกัน Porsche ยังเปิดให้ลูกค้าเลือกสีตัวถังได้ถึง 13 สี พร้อมแพ็กเกจตกแต่งภายในและสีแอ็กเซนต์หลากหลายรูปแบบ

 

นอกจากนี้ยังมีแพ็กเกจตกแต่งใหม่ภายใต้สายผลิตภัณฑ์ Style จาก Porsche Exclusive Manufaktur ซึ่งเป็นชุดแต่งที่พัฒนาร่วมกับทีมออกแบบ Style Porsche โดยแพ็กเกจแรกคือ Interior Style Package ที่ออกแบบให้เข้าคู่กับสีตัวถัง Mystic Green Metallic ภายในใช้เบาะหนังทูโทนสีดำ Black และสีเขียว Delgada Green พร้อมด้ายเย็บตกแต่งสีเขียว รวมถึงโลโก้ Porsche ปักบนพนักพิงศีรษะเพื่อเพิ่มรายละเอียดระดับงานฝีมือ

 

บรรยากาศภายในห้องโดยสารยังเสริมด้วยชิ้นส่วนอะลูมิเนียมตกแต่งสีเขียว Izabal Green ซึ่งสร้างความตัดกันกับพื้นผิวหนังอย่างทันสมัย พวงมาลัยสไตล์ GT Sports Steering Wheel หุ้มหนังสีดำมีสัญลักษณ์ตำแหน่ง 12 นาฬิกา และลายเย็บสี Delgada Green รวมถึงวงแหวนสี Izabal Green บนโมดูลถุงลมนิรภัยและปุ่มเลือกโหมดการขับขี่ รายละเอียดสีเดียวกันยังปรากฏบนหน้าปัดเข็มทิศ นาฬิกา Sport Chrono และมาตรวัดกำลังในชุดมาตรวัดดิจิทัล

 

ด้านสมรรถนะ Cayenne S Electric ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ทั้งเพลาหน้าและหลัง ให้กำลังรวม 544 แรงม้า (PS) และเพิ่มเป็น 666 (PS) เมื่อใช้ฟังก์ชั่น Launch Control สามารถเร่งจาก 0–100 กม./ชม. ใน 3.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กม./ชม. โดยใช้แบตเตอรี่แรงดันสูงความจุ 113 kWh รองรับการชาร์จเร็วสูงสุด 400 kW ซึ่งสามารถชาร์จจาก 10–80% ภายในไม่ถึง 16 นาที พร้อมระยะทางขับขี่ตามมาตรฐาน WLTP สูงสุด 653 กม.

 

ระบบขับเคลื่อนยังมาพร้อมเทคโนโลยีระบายความร้อนมอเตอร์แบบ Direct Oil Cooling ที่ช่วยจัดการความร้อนของชิ้นส่วนที่มีกระแสไฟฟ้าโดยตรง ทำให้รองรับการใช้งานสมรรถนะสูงต่อเนื่องได้ดีขึ้น ขณะที่อินเวอร์เตอร์ที่เพลาหลังใช้สารกึ่งตัวนำ Silicon Carbide ซึ่งสามารถจัดการกระแสไฟได้สูงสุดถึง 620 แอมป์ เพิ่มทั้งประสิทธิภาพและความทนทานของระบบขับเคลื่อน

ในด้านเทคโนโลยีการขับขี่ Porsche เปิดให้เลือกติดตั้งระบบขั้นสูงหลายรายการ เช่น Porsche Active Ride ช่วงล่างที่ช่วยควบคุมการเคลื่อนไหวของตัวรถ, Porsche Torque Vectoring Plus เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการควบคุม และ Porsche Ceramic Composite Brake ระบบเบรกเซรามิกสมรรถนะสูง รวมถึงฟังก์ชัน Push-to-Pass ที่เพิ่มกำลังได้อีก 122 (PS) เป็นเวลา 10 วินาที ทำให้ Porsche Cayenne S Electric กลายเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำคัญในไลน์อัป SUV ไฟฟ้าของ Porsche ที่ผสานทั้งดีไซน์ ความหรูหรา และสมรรถนะระดับสูงไว้ในคันเดียว

ที่มา: Porsche