เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2026 Mercedes-Benz ได้เปิดตัวรถตู้มินิแวนขุมพลังไฟฟ้าสุดหรูรุ่นใหม่ โดยใช้ชื่อว่า VLE ซึ่งถูกนิยามว่าเป็น “grand limousine” สำหรับยุคขุมพลังไฟฟ้า เป็นไปในแนวทางเดียวกับหลายๆแบรนด์ที่เริ่มเปิดตัวมินิแวนสุดหรูทดแทนรถซีดานมากขึ้น โดยรถรุ่นนี้มีกำหนดวางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาปี 2027 และอาจกลายเป็นหนึ่งในรถมินิแวนที่หรูหราที่สุดในตลาด ด้วยการผสมผสานระหว่างพื้นที่ใช้สอย เทคโนโลยีระดับสูง และความสะดวกสบายแบบรถผู้บริหาร

 

ในด้านงานออกแบบ VLE มีรูปลักษณ์ทันสมัยและล้ำสมัย ด้านหน้ามาพร้อมกระจังหน้าดีไซน์ใหม่พร้อมกรอบเรืองแสงแบบเลือกสีได้ ขนาบด้วยไฟหน้าลายดาวอันเป็นเอกลักษณ์ของ Mercedes และฝากระโปรงแบบ power dome พร้อมตราโลโก้ดาวสามแฉกอยู่เหนือฝากระโปรง ยิ่งไปกว่านั้น ลูกค้ายังสามารถเลือกแพ็กเกจสปอร์ตที่เพิ่มกันชนดีไซน์ดุดันและกระจังหน้าที่มีโลโก้ตราดาวขนาดใหญ่ตรงกลาง

 

ด้านข้างของตัวรถเน้นเส้นสายสุดลื่นไหล โดดเด่นด้วยมือเปิดประตูแบบ flush-mounted และประตูสไลด์ไฟฟ้าที่มาพร้อมกระจกเลื่อนเปิดได้เต็มรูปแบบ เสริมด้วยพื้นที่กระจกขนาดใหญ่และล้ออัลลอยขนาด 19–22 นิ้ว นอกจากนี้ตัวรถยังมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศเพียง 0.25 Cd ส่วนด้านท้ายโดดเด่นด้วยไฟท้ายรูปทรงโค้งมนที่ผสานเข้ากับสปอยเลอร์หลังได้ลงตัว

 

ตัวรถมีขนาดใหญ่เทียบชั้น MPV หรูตัวท๊อปได้ทุกแบรนด์ โดยรุ่นมาตรฐานยาว 5,309 มม. กว้าง 1,999 มม. สูง 1,943 มม. และมีระยะฐานล้อ 3,342 มม. ขณะที่เวอร์ชันฐานล้อยาวที่จะเปิดตัวภายหลังจะยาวถึง 5,484 มม. สำหรับการเปรียบเทียบ ขนาดตัวถังใกล้เคียงกับ SUV ใหญ่ในตลาดมะกันอย่าง Cadillac Escalade และใหญ่กว่ามินิแวนทั่วไปอย่าง Chrysler Pacifica

 

ภายในห้องโดยสารเน้นความหรูหราและเทคโนโลยีขั้นสูง โดยมีตัวเลือก MBUX Superscreen ที่ประกอบด้วยหน้าจอเรือนไมล์แบบ Full Digital ขนาด 10.25 นิ้ว ร่วมกับหน้าจอกลางขนาด 14 นิ้ว และหน้าจอความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าขนาด 14 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารตอนหลังมีจอความบันเทิงแบบพาโนรามาขนาด 31.3 นิ้ว ที่กางลงจากเพดาน ความละเอียดระดับ 8K พร้อมฟังก์ชันแบ่งหน้าจอและกล้องความละเอียดสูง 8 ล้านพิกเซล สำหรับการประชุมผ่านกล้อง Video conference

 

ความสะดวกสบายรอบคันยังรวมถึงระบบเครื่องเสียงสำนักคู่บุญอย่าง Burmester 3D Surround จำนวน 22 ลำโพง หลังคากระจก Sky View แบบพาโนรามาพร้อมไฟตกแต่งภายในห้องโดยสาร Ambient lighting โต๊ะพับสำหรับการทำงานและคอนโซลหลายตำแหน่งที่มีทั้งแท่นชาร์จโทรศัพท์ร้สายและช่องเก็บของที่มีระบบทำความร้อนหรือความเย็น เบาะที่นั่งสามารถจัดรูปแบบได้หลากหลาย 6–8 ที่นั่ง พร้อมตัวเลือกเบาะนั่งแบบ Premium Comfort และ Grand Comfort ที่มีที่พักเท้า เบาะนวดไฟฟ้า หมอนรองคอ และแท่นชาร์จโทรศัพท์มือถือ

 

ด้านระบบขับเคลื่อน รุ่นเริ่มต้น VLE 300 ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้งด้านหน้าให้พละกำลัง 272 แรงม้า จับคู่กับแบตเตอรี่แบบ NMC ความจุ 115 kWh ให้ระยะทางวิ่งมากกว่า 700 กม. (WLTP) ขณะที่รุ่น VLE 400 4MATIC จะใช้มอเตอร์คู่ขับเคลื่อนสี่ล้อ ให้กำลังรวม 409 แรงม้า และมาพร้อมอัตราเร่งจากความเร็ว 0–96 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 6.4 วินาที

 

งานวิศวกรรมพื้นฐานระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ รองรับการชาร์จเร็ว DC มากกว่า 300 kW ซึ่งสามารถเพิ่มระยะทางวิ่งได้ถึง 355 กม. ภายในเวลาประมาณ 15 นาที นอกจากนี้ตัวรถยังติดตั้งช่วงล่างแบบ AirMatic และระบบเลี้ยวล้อหลังที่หมุนได้สูงสุด 7 องศา ช่วยให้รัศมีวงเลี้ยวแคบสุดเพียง 5.4 เมตร พร้อมชุดเซ็นเซอร์จำนวนมากสำหรับระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง MB.Drive Assist Pro ที่รองรับการขับขี่แบบไม่ต้องจับพวงมาลัยทั้งในเมืองและบนทางหลวง

ที่มา: Carscoops