เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2026 Nissan ภูมิภาคยุโรปได้เปิดตัว X-Trail รุ่น Minorchange ปี 2026 อย่างเป็นทางการ ตามหลังตลาดญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ตัวรถยังคงใช้ตัวถังเดิมแต่ได้เพิ่มเติมรายละเอียดด้านหน้าใหม่ให้สอดคล้องกับแนวทางการออกแบบรถรุ่นอื่นๆ ในค่าย Nissan โดยถือเป็นการอัพเดตครั้งล่าสุดของ SUV สำหรับครอบครัวที่ได้ปรับปรุงให้ใช้ขุมพลังไฟฟ้า รถรุ่นใหม่ยังคงรักษาจุดเด่นเรื่องความแข็งแกร่ง ความอเนกประสงค์ และความพร้อมสำหรับการเดินทางทุกสภาพเส้นทาง
ด้านงานออกแบบภายนอก รุ่น Minorchange ได้ปรับบุคลิกให้ดูแข็งแรงและโดดเด่นขึ้นอย่างชัดเจน ด้านหน้ามาพร้อมกับกระจังหน้า V-Motion ทรงใหม่กินพื้นที่แบบไร้รอยต่อกับไฟหน้า เสริมภาพลักษณ์ทันสมัยตามแนวทางการออกแบบล่าสุดของ Nissan พร้อมกันชนหน้า-หลังดีไซน์ใหม่ ช่องระบายอากาศด้านข้าง ช่วยให้ภาพรวมดูพรีเมียมขึ้น ขณะที่ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้วแบบ diamond cut จับคู่กับซุ้มล้อสีดำเงา กระจกมองข้างสีดำ และ side sill สีดำช่วยเสริมบุคลิกความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ไฟท้าย LED ชุดใหม่ถูกออกแบบให้มีลำแสงคมชัดขึ้น พร้อมเพิ่มสีตัวถังใหม่ 2 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน Universal Blue และสีเบจ Baja Storm ซึ่งสามารถเลือกสีแบบทูโทนได้ เพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าที่ต้องการความโดดเด่นมากขึ้น โดยยังคงเอกลักษณ์ของ SUV ที่พร้อมใช้งานทั้งในเมืองและนอกเส้นทางหลัก
ภายในห้องโดยสารได้รับการยกระดับคุณภาพวัสดุอย่างชัดเจน โดยเพิ่มเบาะหนังคุณภาพสูง premium quilted leather สี chestnut brown ตกแต่งคอนโซลด้วยลายไม้สีน้ำตาล และวัสดุหนังสังเคราะห์คุณภาพสูงในบางรุ่นย่อย รายละเอียดทั้งหมดถูกออกแบบให้เพิ่มความอบอุ่นและหรูหรา แต่ยังคงบุคลิกของรถสายลุยไว้อย่างครบถ้วน
อุปกรณ์มาตรฐานด้านความสะดวกสบายมีให้ครบครัน เช่น เบาะนั่งหน้า-หลังปรับอุณหภูมิได้ พวงมาลัยพร้อมระบบอุ่น ระบบปรับอากาศแบบ 3 โซน และหน้าจอ Infotainment ขนาด 12.3 นิ้ว เบาะแถวสองแบบเลื่อนแยก 40/20/40 ที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบรรทุกสัมภาระหรืออุปกรณ์ขนาดใหญ่ ขณะที่ออปชันเพิ่มเติมมีทั้งระบบเครื่องเสียงพรีเมียม 10 ลำโพงจาก BOSE กระจกบังลมหน้าพร้อมระบบอุ่น และชุดลากจูง
ระบบเชื่อมต่อ NissanConnect ได้รับการอัพเกรดครั้งสำคัญด้วยการติดตั้ง Google Assistant และบริการจาก Google เข้ามาเป็นครั้งแรกใน X-Trail ทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้คำสั่งเสียงควบคุมระบบปรับอากาศ เบาะอุ่น กระจกหน้าอุ่น นำทาง โทรศัพท์ หรือดาวน์โหลดแอปผ่าน Play Store ได้โดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ รวมถึงรองรับการอัปเดตระบบแบบ over-the-air
อีกหนึ่งจุดเด่นใหม่คือระบบกล้องรอบคัน 3D Around View Monitor ที่พัฒนาเป็นมุมมอง 360 องศาแบบ 3 มิติ โดยใช้กล้องมุมกว้างรอบคันและสามารถเลือกมุมมองได้ถึง 8 ตำแหน่ง ทั้งหน้า หลัง ด้านข้าง และมุมตัวถัง ระบบยังมีฟังก์ชัน Invisible Hood View ที่แสดงภาพตำแหน่งล้อหน้าราวกับฝากระโปรงโปร่งใส ช่วยเวลาขับผ่านทางแคบหรือพื้นผิวขรุขระ รวมถึง T-Junction View ที่ช่วยมองทางแยกมุมอับได้ชัดขึ้นในความเร็วต่ำ
ระบบช่วยขับ ProPILOT Assist ถูกปรับปรุงใหม่ให้ทำงานนุ่มนวลขึ้น ทั้งการรักษาช่องทาง การตอบสนองต่อป้ายจำกัดความเร็ว การเบรกและเร่งอัตโนมัติ รวมถึงการป้องกันการแซงในจังหวะไม่เหมาะสม โดย Nissan ระบุว่าระบบใหม่มีความเสถียรมากขึ้นโดยเฉพาะเมื่อต้องวิ่งในเลนแคบหรือการจราจรหนาแน่น
ขุมพลังยังคงใช้ระบบ e-POWER อันเป็นเอกลักษณ์ของ Nissan ซึ่งให้มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อโดยตรงเพื่อให้แรงบิดทันที การตอบสนองนุ่มนวล และความเงียบใกล้เคียงรถ EV โดยไม่ต้องเสียบปลั๊ก
เครื่องยนต์สำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า เป็นเครื่องยนต์รหัส KR15DDT เบนซิน 3 สูบ DOHC 12 วาล์ว ความจุ 1.5 ลิตร 1,497 ซีซี กระบอกสูบ x ช่วงชัก : 84.0 × 90.1 มิลลิเมตร ฉีดจ่ายเชื้อเพลิงแบบ Direct-injection กำลังอัดแปรผัน (Variable Compression Ratio) ตั้งแต่ 8.0 : 1 – 14.0 : 1 พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged กำลังสูงสุด 106 กิโลวัตต์ หรือ 144 แรงม้า (PS) ที่ 4,400 – 5,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร ที่ 2,400 – 4,000 รอบ/นาที ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้า ขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อน 2 ตัว ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ารหัส BM46 กำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์ หรือ 204 แรงม้า (PS) ที่ 4,739 – 5,623 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 330 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 3,505 รอบ/นาที และมอเตอร์ไฟฟ้ารหัส MM48 กำลังสูงสุด 100 กิโลวัตต์ หรือ 136 แรงม้า (PS) ที่ 4,897 – 9,504 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 195 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 4,897 รอบ/นาที รวมพละกำลังสูงสุดทั้งระบบ 213 แรงม้า (PS) 525 นิวตัน-เมตร
สำหรับรุ่นตกแต่งแนวลุยอย่าง N-Trek ที่ถูกยกระดับความลุยมากขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับที่ตลาดญี่ปุ่นและสหรัฐฯ Rock Creek โดยเพิ่มการตกแต่งด้วยสีแดง magma red บริเวณกันชน โลโก้ที่ ล้ออัลลอย พวงมาลัย และตะเข็บภายใน พร้อมตรา N-Trek เฉพาะรุ่น เบาะนั่งใช้วัสดุ CellCloth® ที่มีคุณสมบัติกันน้ำที่เหมาะกับกิจกรรมกลางแจ้ง พื้นที่เก็บสัมภาระยังติดตั้งแผ่นยางกันน้ำและ reversible cargo liner รองรับการใช้งานรูปแบบกิจกรรมผจญภัยได้เต็มรูปแบบ ถือเป็น X-Trail สายลุยที่ครบเครื่องที่สุดของ Nissan ในปัจจุบัน
ที่มา: NISSAN
