Xiaomi รายงานผลประกอบการปี 2025 ของหน่วยธุรกิจรถไฟฟ้าและฝั่งเทคโนโลยี AI ว่าสามารถสร้างผลกำไรได้เป็นครั้งแรกได้สำเร็จ หลังจากก่อนหน้านี้อยู่ในช่วงลงทุนอย่างหนักหน่วงเพื่อเร่งขยายกำลังผลิตและพัฒนางานวิศวกรรมพื้นฐานรถยนต์ไฟฟ้า

ในปี 2025 รายได้ของ 2 หน่วยธุรกิจนี้รวมกันแล้วพุ่งขึ้น 223.8% แตะ 106.1 พันล้านหยวน หรือประมาณ 5 แสนล้านบาท โดยรายได้หลักเกือบทั้งหมดมาจากการขายรถไฟฟ้าคิดเป็น 103.3 พันล้านหยวน หรือประมาณ 485,000 ล้านบาท ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 900 ล้านหยวน ประมาณ 4,282 ล้านบาทถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเพราะสะท้อนว่าธุรกิจเริ่มผ่านช่วงเผาเงินลงทุนเริ่มต้นไปแล้ว

 

อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่ม Smart EV และ AI เพิ่มขึ้นเป็น 24.3% สูงขึ้น 5.8 จุดจากปีก่อนหน้า ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการขายรุ่นที่มีมาร์จินสูงมากขึ้น โดยเฉพาะรถ SUV รุ่นใหม่ที่มีราคาขายเฉลี่ยสูงกว่าเดิม ทำให้ราคาขายเฉลี่ยต่อคันของรถทั้งปีขยับขึ้น 7.1% มาอยู่ที่ 251,171 หยวน ประมาณ 1,195,342 บาท

ด้านยอดส่งมอบรถทั้งปี 2025 อยู่ที่ 411,082 คัน เพิ่มขึ้นถึง 200.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นว่ากำลังการผลิตของโรงงานเพิ่มขึ้นตามความต้องการในตลาดจีนขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเดือนธันวาคม 2025 ทำสถิติสูงสุดไว้ที่ 50,212 คัน

 

โดยตัวหลักที่ขับเคลื่อนยอดขาย ได้แก่ Xiaomi YU7 ซึ่งส่งมอบได้ 39,089 คันในเดือนธันวาคม 2025 คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 78% ของยอดทั้งเดือน ขณะที่ Xiaomi SU7 ซีดานรุ่นแรกของบริษัทกลับมียอดขายลดลงต่อเนื่องเพราะอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านผลิตภัณฑ์ก่อนเปิดตัวรุ่นปรับปรุงใหม่

 

เฉพาะไตรมาสที่ 4 ธุรกิจ Smart EV และ AI สามารถทำรายได้ถึง 37.2 พันล้านหยวน ประมาณ 176,000 ล้านบาทและมีกำไร 1.1 พันล้านหยวน หรือ 5 พันล้านบาท ซึ่งหมายความว่าความสามารถในการทำกำไรเริ่มชัดเจนขึ้นในช่วงปลายปี และโมเมนตัมนี้อาจต่อเนื่องในปี 2026

สำหรับปี 2026 บริษัทตั้งเป้ายอดส่งมอบไว้ที่ 550,000 คัน พร้อมเปิดตัว SU7 เจเนอเรชันใหม่ไปก่อนหน้านี้เมื่อสัปดาห์ก่อน เป้าหมายนี้สะท้อนว่า Xiaomi กำลังเร่งยกระดับจากผู้เล่นหน้าใหม่ไปสู่ผู้ผลิต EV รายใหญ่ของจีนอย่างจริงจัง

ที่มา: CNEvpost