เมื่อวันที่ 24 มีนาคม Mercedes-Benz ได้เปิดตัว Maybach S-Class รุ่นปรับโฉมปี 2027 อย่างเป็นทางการ โดยยังคงจุดขายความหรูหราระดับสูงสุด พร้อมอัปเกรดงานออกแบบและเทคโนโลยีใหม่ แต่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญด้านขุมพลัง โดยเฉพาะเครื่องยนต์เบนซิน V12 ที่จะเหลือเฉพาะในบางตลาดเท่านั้น
งานออกแบบภายนอกได้รับการปรับปรุงให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ด้วยกระจังหน้าที่มีขนาดใหญ่ขึ้นถึง 20% พร้อมไฟเรืองแสงรอบกรอบและโลโก้ Maybach แบบเรืองแสงได้ รวมถึงตราสามแฉกบนฝากระโปรงที่เรืองแสงได้เช่นกัน เสริมด้วยโลโก้ Maybach แบบ Double M ที่เพิ่มเข้ามาในหลายจุด เช่น ช่องดักอากาศด้านหน้าและเสา C
รายละเอียดอื่น ๆ ได้แก่ ไฟหน้าและไฟท้ายที่มีลวดลายดาวสามแฉก กระจังหน้าออกแบบใหม่ และล้ออัลลอยลายพิเศษที่ยังคงเอกลักษณ์ Maybach ไว้อย่างเต็มเปี่ยม พร้อมตัวเลือกสีตัวถังมากกว่า 150 สี รวมถึงสีใหม่อย่างสีน้ำเงิน Nautic Blue และล้ออัลลอยขนาด 20 และ 21 นิ้วที่มีตัวเลือกตกแต่งพิเศษ
ภายในห้องโดยสารยังคงเป็นไฮไลต์สำคัญ ด้วยตัวเลือกสีภายในมากกว่า 400 แบบ รวมถึงเบาะหนังทูโทนใหม่ 4 รูปแบบ แผงคอนโซลหน้ามาพร้อมหน้าจอ 3 จอ ได้แก่ หน้าจอกลางขนาด 14.4 นิ้ว หน้าจอผู้โดยสารขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอเรือนไมล์ขนาด 12.3 นิ้ว ขณะที่ผู้โดยสารด้านหลังจะได้หน้าจอแท็บเล็ตขนาด 13.1 นิ้ว จำนวน 2 จอ พร้อมรีโมตควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ
อุปกรณ์ความสะดวกสบายยังจัดเต็มเช่นเดิม ทั้งประตูหลังไฟฟ้า ไฟตกแต่งภายในห้องโดยสาร Ambient Light 199 ดวงสูงสุด 64 สี พร้อมแก้วแชมเปญและพื้นที่โดยสารด้านหลังที่กว้างขวางขึ้น พร้อมระบบกันสะเทือนถุงลมแบบใหม่ที่ปรับตามสภาพถนนแบบ Real-Time และฉนวนกันเสียงตัวถังที่ดียิ่งขึ้น ระบบช่วยขับขี่ MB.Drive Assist Pro ระดับ Level 2 ถูกติดตั้งเพื่อทำงานพร้อมกับกล้องที่ติดตั้งบนซุ้มล้อหน้า ทำงานเพื่อคลายความกังวลให้กับอัครยานยนต์สุดหรู
ในด้านขุมพลัง รุ่น S680 จะยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน V12 ความจุ 6.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบชาร์จเจอร์คู่ ให้พละกำลัง 621 แรงม้า แต่จะวางอยู่เฉพาะในตลาดสหรัฐฯ และบางประเทศ ขณะที่ในยุโรป รุ่น S680 จะเปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์เบนซิน V8 รุ่นใหม่ (รหัส M177 Evo) พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์ ให้พละกำลัง 604 แรงม้า เนื่องจากข้อกำหนดด้านมลพิษที่เข้มงวด

สำหรับรุ่นรองอย่าง S580 ได้รับการอัพเกรดขุมพลังเป็น 530 แรงม้า จากเครื่องเบนซิน V8 พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์ 4.0 ลิตร ทำงานร่วมกับระบบ mild-hybrid ขณะที่บางตลาดยังมีรุ่น Plug-in hybrid รหัส S580e ที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลังรวม 577 แรงม้า และสามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางสูงสุด 98 กม. (มาตรฐาน WLTP)
Mercedes-Maybach S-Class รุ่นปรับโฉมจะเริ่มวางจำหน่ายในสหรัฐฯ ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ขณะที่ยุโรปจะเปิดรับจองตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม เป็นต้นไป ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนารถหรูระดับสูงสุดที่ยังคงผสมผสานระหว่างความคลาสสิกและเทคโนโลยีล้ำสมัย โดยจะเริ่มเปิดตัวในจีนและสหรัฐฯ ก่อน ส่วนยุโรปต้องรอการอัพเดทข้อกำหนดด้านกฎหมายต่อไป
ที่มา: Motor1
