Chrysler เปิดตัวรถมินิแวนขวัญใจชาวมะกันเวอร์ชั่นปรับโฉม Pacifica รุ่นปี 2027 พร้อมระบุว่านี่คือแนวทางการออกแบบในอนาคตของแบรนด์ อย่างไรก็ตามการปรับโฉมครั้งนี้ยังเป็นเพียงแค่ Minorchange เนื่องจากเป็นการพัฒนาต่อยอดจากตัวรถที่พัฒนาขึ้นตั้งแต่ปี 2017 โดยยังคงมีรายละเอียดส่วนใหญ่หยิบยกมาจากเวอร์ชั่นปรับโฉมเมื่อปี 2021
จุดเปลี่ยนหลักๆอยู่ที่ด้านหน้าที่ออกแบบใหม่ในรุ่น Select Limited และ Pinnacle ซึ่งได้ไฟหน้า LED แนวตั้ง โลโก้เรืองแสง และกระจังหน้าพร้อมไฟตกแต่งแบบ “piano key” ขณะที่รุ่นเริ่มต้น LX ซึ่งแต่เดิมใช้ชื่อ Voyager ยังคงใช้งานออกแบบเดิม ทำให้ในตลาดจะมี Pacifica สองรูปแบบดีไซน์วางขายควบคู่กัน
รุ่น Limited และ Pinnacle ยังเพิ่มลูกเล่น welcome animation ที่กระจังหน้าเมื่อผู้ขับขี่เดินเข้าใกล้ตัวรถ แต่เทคโนโลยีลักษณะนี้ถือว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการยานยนต์ เพราะหลายแบรนด์ใช้กันมาหลายปีแล้ว โดยเฉพาะแบรนด์รถยนต์แดนมังกร
เส้นสายด้านข้างแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง สังเกตได้จากงานออกแบบตัวถังที่ยังคงเหมือนเดิมเกือบทั้งหมด ด้านท้ายมีการปรับเปลี่ยนเพียงแค่แถบไฟท้ายเล็กน้อย ภายในห้องโดยสารก็เปลี่ยนเพียงรายละเอียดเล็กๆ เช่น โลโก้บนพวงมาลัย ลายตกแต่งใหม่ และสีภายใน Blue Agave สำหรับรุ่น Pinnacle เท่านั้น โดยโครงสร้างแดชบอร์ดและชุดควบคุมหลักยังคงเหมือนรุ่นเดิมอย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตาม Chrysler Pacifica ยังมีจุดแข็งที่คู่แข่งยังไม่มีครบเหมือนกัน โดยยังเป็นมินิแวนรุ่นเดียวที่มีทั้งเบาะแถวสองพับเก็บลงบนพื้นแบบ Stow ’n Go และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD พร้อมเครื่องยนต์เบนซิน V6 ความจุ 3.6 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 287 แรงม้า ซึ่งยังเพียงพอต่อการใช้งานครอบครัวขนาดใหญ่ และถือว่าเป็นขุมพลังขวัญใจคนมะกันมาอย่างยาวนาน
นอกจากนี้ยังได้เพิ่มอุปกรณ์ที่เน้นการใช้งานจริง เช่น ฝาท้ายไฟฟ้าปรับระดับความสูงได้ กล้องมองมุมอับสายตาและตัวเลือกแพ็กเกจความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลังที่ยืดหยุ่นขึ้น ซึ่งยังช่วยให้รถคงความสามารถในการแข่งขันได้แม้อายุอานามจะเกือบ 10 ปี แล้ว
แต่เมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด ภาพรวมเริ่มเสียเปรียบชัดเจน เพราะ Toyota Sienna ได้เปลี่ยนขุมพลังเป็น Hybrid ทั้งหมดและประหยัดน้ำมันกว่า ขณะที่ Kia Carnival มีดีไซน์และเทคโนโลยีภายในที่ทันสมัยกว่า ส่วน Honda Odyssey ก็ยังคงมีห้องโดยสารที่แข็งแกร่งในกลุ่มเดียวกัน
สิ่งที่ทำให้หลายคนกังวลมากกว่าคือ ปัจจุบัน Chrysler มีรถขายอยู่เพียงรุ่นเดียว และหลังผ่านมาเกือบสิบปี การอัปเดตครั้งนี้ยังดูเล็กเกินไปเมื่อเทียบกับสิ่งที่ตลาดคาดหวัง หากนี่คือทิศทางอนาคตของแบรนด์ ก็อาจสะท้อนว่า Chrysler ยังเดินช้ากว่าคู่แข่งอยู่พอสมควร
ที่มา: Carscoops
