BMW กำลังเดินหน้าปรับโฉมโรงงานประกอบรถยนต์ที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของบริษัทที่เมือง Munich เยอรมันบ้านเกิด โดยตั้งเป้าให้โรงงานแห่งนี้เปลี่ยนผ่านจากการเดินสายพานการผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน ไปสู่การเป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าล้วนเต็มรูปแบบตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป

 

โดยโรงงานมิวนิกจะเริ่มเดินสายพานการผลิตของ BMW i3 ซีดานไฟฟ้ารุ่นใหม่ในเดือนสิงหาคม 2026 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในรุ่นสำคัญของตระกูล Neue Klasse ที่จะทยอยทำตลาดในหลายประเทศ นับเป็นการเข้าสู่เครือข่ายการผลิตระดับโลกของ BMW โดยรถรุ่นนี้จะเป็นรถ EV รุ่นที่สองในตระกูลดังกล่าว ต่อจาก iX3 ที่ผลิตอยู่ที่โรงงานในเมือง Debrecen ประเทศ Hungary

 

ก่อนหน้านี้ BMW ได้เริ่มการผลิตรถเวอร์ชั่นทดลองการประกอบของ i3 ที่โรงงานมิวนิกมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และจะเข้าสู่สายพานการผลิตสำหรับลูกค้าอย่างเต็มรูปแบบในช่วงครึ่งหลังของปีหน้า นอกจากนี้ BMW ยังยืนยันว่าเตรียมเปิดตัว i3 Touring ตัวถังแวกอนที่จะถูกผลิตที่โรงงานแห่งนี้ด้วยเช่นกัน โดยผู้บริหารโรงงานระบุว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น และในอนาคตจะมีรถ Neue Klasse รุ่นอื่นตามมาอีกหลายรุ่น

 

ตลอดสองปีที่ผ่านมา BMW ลงทุนมากกว่า 650 ล้านยูโรเพื่อยกระดับโรงงานมิวนิกครั้งใหญ่ ครอบคลุมทั้งระบบการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ และการเพิ่มความยืดหยุ่นของสายการผลิต เพื่อรองรับความต้องการของรถยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่ พร้อมตั้งเป้าลดต้นทุนการผลิตลงอีก 10% เมื่อการผลิต i3 ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ

 

นับตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป โรงงานมิวนิกจะผลิตเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น ซึ่ง BMW มองว่าการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทั้งด้านต้นทุน การจัดการซัพพลายเชน และการทำงานร่วมกับฝ่ายวิศวกรรมและบรรดาผู้ผลิตชิ้นส่วนได้ดียิ่งขึ้น

 

ถึงแม้จะอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ โรงงานแห่งนี้ยังคงผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปได้มากถึงวันละประมาณ 1,000 คัน โดยส่วนใหญ่เป็นรถตระกูล 3-Series และ 4-Series สำหรับตลาดยุโรปและสหรัฐฯ รวมถึงยังผลิต i4 และ M3 เพื่อส่งออกไปทั่วโลก

 

ที่มา: Autoblog