Kia ประกาศแผนเปิดตัวรถกระบะขนาดกลางรุ่นใหม่สำหรับตลาดสหรัฐฯ ภายในปี 2030 โดยจะมาพร้อมทางเลือกขุมพลังทั้งแบบ Full hybrid และแบบ Range-extender ซึ่งถือเป็นจุดขายสำคัญในการแข่งขันกับเจ้าตลาดอย่าง Toyota Tacoma และ Ford Ranger

โดยรถกระบะรุ่นใหม่นี้จะถูกพัฒนาในรูปแบบโครงสร้างแชสซี body-on-frame เพื่อให้รองรับการบรรทุกหนักและการลากจูง การลุยเส้นทางออฟโรด และการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน พร้อมห้องโดยสารแบบดับเบิลแค็บ 4 ประตูที่กว้างขวางพอสำหรับผู้โดยสารผู้ใหญ่ 4 คน

 

ไฮไลต์สำคัญคือการนำเสนอขุมพลัง 2 รูปแบบ ได้แก่ Full hybrid และ range-extender EV ซึ่งแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด โดยเฉพาะ Tacoma ที่ยังไม่มีตัวเลือกขุมพลังแบบ range-extender ในสหรัฐฯ

นอกจากนี้ Kia ยังเตรียมขยายฐานลูกค้าไปถึงกลุ่มที่มองหารถกระบะไฟฟ้าสายลุยรุ่นใหม่อย่าง Rivian R1T และ Tesla Cybertruck ที่กำลังได้รับความสนใจในกลุ่มผู้ใช้รถกระบะยุคใหม่

 

ในด้านงานวิศวกรรมพื้นฐาน รถรุ่นนี้จะพัฒนาร่วมกับรถกระบะรุ่นใหม่ของ Hyundai ซึ่งใช้งานวิศวกรรมร่วมกันกับต้นแบบเผยโฉมไปแล้วในชื่อ Boulder SUV โดยคาดว่าทั้งสองรุ่นจะมีดีไซน์ที่แข็งแกร่งและเน้นภาพลักษณ์สายลุยอย่างชัดเจน

Kia ตั้งเป้ายอดขายรถกระบะรุ่นนี้ในอเมริกาเหนือไว้สูงถึงประมาณ 90,000 คันต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ท้าทายสำหรับแบรนด์ที่ยังไม่เคยทำตลาดกระบะในสหรัฐฯ มาก่อน อีกทั้งโมเดลนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาวของ Kia ที่ต้องการเพิ่มยอดขายในสหรัฐฯ ให้ทะลุ 1 ล้านคันต่อปีภายในปี 2030 โดยจะเน้นการขยายไลน์อัพรถ Hybrid จาก 4 รุ่นเป็น 8 รุ่น และเพิ่มทางเลือกพลังงานไฟฟ้าในรถรุ่นหลัก

เมื่อตัดภาพมาที่ฝั่งยุโรป Kia ก็เตรียมเปิดตัวรถไฟฟ้าขนาดเล็กอย่าง Kia EV1 เพื่อแข่งขันกับคู่แข่งอย่าง Renault 5 รวมไปถึง Volkswagen ID.1 และ Cupra Raval สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ที่ครอบคลุมตั้งแต่รถเล็กในเมืองไปจนถึงรถกระบะสำหรับตลาดที่มีความแตกต่างกัน

ที่มา: Carscoops