BYD ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2026 ที่ผ่านมา ด้วยการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ (NEVs) ครบ 16 ล้านคัน โดยรถคันที่ 16 ล้าน ได้แก่ Denza D9 เจเนอเรชันที่ 2 คันแรก ซึ่งสะท้อนถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของบริษัท หลังจากได้เพิ่มยอดผลิตอีก 6 ล้านคันภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี พร้อมตอกย้ำบทบาทของแบรนด์ Denza ที่ถูกวางให้เป็นไลน์อัพระดับพรีเมียมสำหรับเทคโนโลยีใหม่และรุ่นสเปกสูง

สำหรับ D9 รุ่นปี 2026 ได้เริ่มเปิดให้จองในจีนแล้ว โดยมีให้เลือกทั้งหมด 6 รุ่นย่อย ครอบคลุมทั้งเวอร์ชั่น Plug-in hybrid (PHEV) และไฟฟ้าล้วน (BEV) ในช่วงราคา 389,800–489,800 หยวน (ประมาณ 53,800–67,600 ดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งตั้งราคาเท่ากันทั้งสองระบบขับเคลื่อน และมาพร้อมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ God’s Eye 5.0 เป็นมาตรฐานในทุกรุ่นย่อย

 

ไฮไลต์สำคัญของรุ่นใหม่นี้คือการอัพเกรดด้านแบตเตอรี่และการชาร์จ โดยติดตั้ง Blade Battery เจเนอเรชันที่ 2 พร้อมระบบชาร์จเร็วแบบ Flash Charging ที่สามารถชาร์จจาก 10% ถึง 70% ได้ภายในเวลาประมาณ 5 นาที นอกจากนี้ยังพัฒนาบนงานวิศวกรรมพื้นฐานระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800V

ในด้านระยะทาง รุ่นไฟฟ้าล้วนสามารถวิ่งได้ไกลสุด 800 กม. (มาตรฐาน CLTC) ขณะที่รุ่น PHEV ให้ระยะทางขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนประมาณ 400 กม. ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับรถในกลุ่มเดียวกัน และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานทั้งในเมืองและเดินทางไกล

 

ตัวรถยังคงเป็น MPV ขนาดใหญ่ โดยมีความยาว 5,250 มม. กว้าง 1,960 มม. สูง 1,900 มม. และระยะฐานล้อ 3,110 มม. วางตำแหน่งเป็นรุ่นหลักของ Denza ในตลาด MPV ระดับพรีเมียม ซึ่งต้องแข่งขันกับคู่แข่งสำคัญอย่าง Buick GL8 และ Toyota Alphard ในตลาดจีน

แม้ยอดขายของ D9 จะมีการชะลอตัวในช่วงปี 2025 แต่เริ่มฟื้นตัวอีกครั้งในต้นปี 2026 โดยตัวเลขเดือนมีนาคมกลับขึ้นมาอยู่ที่ราว 4,300 คัน สะท้อนว่าตลาดยังมีความต้องการ และการเปิดตัวรุ่นใหม่อาจช่วยกระตุ้นยอดขายได้มากขึ้นในระยะถัดไป

 

การเปิดตัว D9 เจเนอเรชันใหม่นี้ยังสอดคล้องกับกลยุทธ์ของ BYD ที่เร่งขยายเทคโนโลยีชาร์จเร็วและแบตเตอรี่รุ่นใหม่ไปยังรถรุ่นอื่น ๆ ในไลน์อัพ ควบคู่กับการเพิ่มกำลังการผลิตและขยายตลาดต่างประเทศ โดยมี Denza เป็นหัวหอกในกลุ่มรถพรีเมียมระดับโลก

ที่มา: Carnewschina