เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2026 บริษัท Toyota Motor Coporation (TMC) และบริษัท Woven by
Toyota, Inc. (WbyT) ได้เปิดตัวห้องทดลองในรูปแบบเมือง ซึ่งออกแบบมาเพื่อสร้างนวัตกรรมและขับเคลื่อนแนวคิด “Kakezan” ซึ่งภายในเมือง Toyota Woven City (“Woven City”) ที่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อเดือนกันยายน 2025 ที่ผ่านมา
Toyota มีจุดเริ่มต้นจากธุรกิจเครื่องทอผ้า โดย Sakichi Toyoda ผู้คิดค้นเครื่องทอผ้าอัตโนมัติที่สามารถหยุดทำงานได้เองเมื่อเส้นด้ายขาด แนวคิดนี้กลายเป็นรากฐานของระบบควบคุมคุณภาพในเวลาต่อมา บริษัท Toyoda Automatic Loom Works ก่อตั้งขึ้นในปี 1926 และประสบความสำเร็จจนสามารถขายสิทธิบัตรเพื่อนำเงินทุนมาต่อยอดธุรกิจใหม่
ต่อมา Kiichiro Toyoda ได้นำเงินดังกล่าวมาพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ ก่อตั้งแผนกรถยนต์ในช่วงทศวรรษ 1930 ก่อนจะพัฒนามาเป็น Toyota Motor Corporation (TMC) โดยเปลี่ยนชื่อจาก Toyoda เป็น Toyota และนำแนวคิดจากเครื่องทอผ้ามาประยุกต์ใช้ในระบบสายพานการผลิต จนกลายเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลกในปัจจุบัน
แนวคิด “Kakezan” ซึ่งมีความหมายว่า “การทวีคูณ” ในภาษาญี่ปุ่น ถือเป็นแนวทางของ WbyT ในการสร้างโซลูชั่นที่มีผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง โดยเป็นการผสานจุดแข็งที่หลากหลายจากบรรดาอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์ด้านการผลิตรถจำนวนมากของ Toyota ความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ของ WbyT รวมถึงศักยภาพเฉพาะตัวของเหล่านักนวัตกรรม (Inventors) และพันธมิตรต่าง ๆ
Woven City Inventor Garage
WbyT เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูง เพื่อนำมาใช้งานจริงภายใน Woven City โดยยึดแนวคิดว่า Artificial Intelligent (AI) ต้องทำหน้าที่เสริมศักยภาพให้กับมนุษย์ ไม่ใช่การเข้ามาแทนที่มนุษย์ โดยจะทำงานผ่านโมเดล AI ภายในองค์กรที่ช่วยสนับสนุนการร่วมสร้างสรรค์ (co-creation) ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในเมืองแห่งอนาคต
หัวใจสำคัญคือ “Woven City AI Vision Engine” ซึ่งเป็น foundation model ที่สามารถรับรู้และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์ โดยผสานข้อมูลจากภาพ พฤติกรรม และระบบการเคลื่อนที่ ไม่ว่าจะเป็นกล้อง ยานพาหนะ หรือข้อมูลผู้ใช้งาน เพื่อวิเคราะห์รูปแบบ ตรวจจับความเสี่ยง และช่วยให้ระบบต่าง ๆ ในเมืองทำงานร่วมกันได้อย่างสอดประสาน จัดอยู่ในกลุ่ม Vision Language Models ระดับแนวหน้าของโลก
จากนั้น Toyota จึงได้นำไปต่อยอด “Integrated ANZEN System” ที่รวม AI Vision Engine เข้ากับเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น Behavior AI ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อคาดการณ์พฤติกรรมมนุษย์ และเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ Drive Sync Assist ที่ช่วยสนับสนุนการขับขี่ตามสถานการณ์จริง โดยระบบสามารถวิเคราะห์ภาพจากรถยนต์และสัญญาณจราจร เพื่อคาดการณ์การเคลื่อนไหวและแจ้งเตือนทั้งผู้ขับขี่และคนเดินถนน ช่วยเพิ่มความปลอดภัยทั้งบนถนนและพื้นที่สาธารณะ
นอกจากนี้ Toyota ยังพัฒนาเครือข่ายข้อมูลผ่าน Woven City Infra Hub และ Data Fabric เพื่อรวมและบริหารข้อมูลทั้งเมืองอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน โดยทั้งหมดสะท้อนแนวคิด “Kakezan” ที่มุ่งหวังให้ผู้คน เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐาน ทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียวอย่างไร้รอยต่อ
Woven City Inventor Garage (ทางเข้า)
ยิ่งไปกว่านั้น Toyota ยังได้ดำเนินโครงการศูนย์พัฒนาแห่งใหม่ Inventor Garage ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการพัฒนาแบบครบวงจรของ Woven City โดยเปิดพื้นที่ให้เหล่านักลงทุนสามารถร่วมสร้างสรรค์ตั้งแต่การคิดค้นไอเดีย สร้างต้นแบบ ไปจนถึงการทดสอบและยืนยันประสิทธิภาพของนวัตกรรม โดยภายในยังมีพื้นที่อยู่อาศัยและพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อเอื้อให้ผู้พัฒนาสามารถทำงานร่วมกับผู้อยู่อาศัยหรือ “Weavers” ได้อย่างใกล้ชิด พร้อมได้รับการสนับสนุนด้านวิศวกรรมจาก Toyota และ Toyota Motor East Japan อย่างต่อเนื่อง
พื้นที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในอาคารโรงงานปั๊มขึ้นรูปเดิมของโรงงาน Higashi-Fuji ซึ่งเคยผลิตรถยนต์มากว่า 50 ปี โดยยังคงสืบสายปรัชญาแนวคิด “monozukuri” หรือปรัชญาการผลิตแบบญี่ปุ่น ผสานมรดกอุตสาหกรรมเข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากโรงงานผลิตรถยนต์สู่ศูนย์กลางเทคโนโลยีแห่งอนาคต
Inventor Garage ยังเป็นหนึ่งใน 3 องค์ประกอบสำคัญของวงจรการพัฒนาใน Woven City ร่วมกับ Inventor Field สำหรับการทดสอบในสภาพแวดล้อมควบคุม และพื้นที่อยู่อาศัย Phase 1 ที่มี Weavers ราว 100 คน ใช้สำหรับทดสอบในสถานการณ์จริง ทำให้สามารถพัฒนาเทคโนโลยีด้านการเคลื่อนที่จากแนวคิดสู่การใช้งานจริงได้อย่างเป็นระบบ
Inventor Garage ถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้วงจรการพัฒนา 3 ระยะอันเป็นเอกลักษณ์ของ Woven City สมบูรณ์ ได้แก่
- Inventor Garage: การพัฒนาและสร้างต้นแบบผลิตภัณฑ์และบริการอย่างคล่องตัว
- Inventor Field: การทดสอบและยืนยันผลในสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้
- Phase 1 Residential Area: การทดสอบในสภาพแวดล้อมจริง โดยปัจจุบันมีผู้อยู่อาศัย (Weavers) ประมาณ 100 คน
การหมุนเวียนผ่านทั้ง 3 ระยะนี้ ช่วยให้ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ๆ ถูกพัฒนาอย่างรวดเร็วแต่ยังคงมาตรฐานด้านความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือในทุกขั้นตอน สะท้อนแนวทางของ Toyota ที่มุ่งสร้างนวัตกรรมเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่เพียงแนวคิดบนกระดาษ
ที่พักใน Woven City Inventor Garage
Woven City Inventor Garage (ภายใน)
Woven City Inventor Garage (ส่วนรับรอง)
Woven City Inventor Garage (พื้นที่สำหรับการสร้างสรรค์)
Woven by Toyota เพิ่งจะประกาศเพิ่มพันธมิตรกลุ่มผู้ลงทุนอีก 4 ราย ได้แก่ AI Robot Association (AIRoA) บริษัท DAIICHIKOSHO CO., LTD., บริษัท Joby Aviation, Inc. และบริษัท Toyota Financial Services Corporation ได้เข้าร่วม Woven City ในฐานะกลุ่มนักนวัตกรรม (Inventors) ส่งผลให้จำนวนพันธมิตรทั้งหมดใน Woven City เพิ่มเป็น 24 ราย ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่หุ่นยนต์ AI ไปจนถึงการเงินและการเดินทางทางอากาศ
โดยแต่ละพันธมิตรมีบทบาทชัดเจนในการทดลองใช้งานจริง โดย AIRoA จะศึกษาการนำหุ่นยนต์ AI ไปใช้ในชีวิตประจำวันผ่านการเก็บข้อมูลและ feedback loop ขณะที่ DAIICHIKOSHO จะทดลองประสบการณ์คาราโอเกะรูปแบบใหม่ในสภาพแวดล้อมจริง ส่วน Joby Aviation มุ่งพัฒนาระบบนิเวศ air mobility ด้วยอากาศยาน eVTOL และ Toyota Financial Services จะต่อยอดโมเดลธุรกิจด้านการเงินจากข้อมูลการใช้งาน mobility จริง
การขยายเครือข่าย Inventors นี้ยังเชื่อมโยงกับโครงการ Toyota Woven City Challenge ซึ่งเป็น accelerator program ที่เตรียมจัดรอบ final pitch ในเดือนเมษายน 2026 โดยผู้ชนะมีโอกาสเข้าร่วมเป็น Inventor รายใหม่ สะท้อนความตั้งใจของ Toyota ในการเปิดรับทั้งสตาร์ทอัพและองค์กรขนาดใหญ่เข้ามาร่วมพัฒนาเทคโนโลยีใน ecosystem เดียวกัน
อีกหนึ่งจุดสำคัญคือบทบาทของ Akio Toyoda ในฐานะ “Master Weaver” ที่ยังคงมีส่วนร่วมโดยตรงใน Woven City ล่าสุดได้มีส่วนพัฒนา “Akio Toyoda AI” โมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่สะท้อนแนวคิดการตัดสินใจและภาวะผู้นำ เพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกันภายในองค์กร
ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด “Kakezan” ที่ Toyota และ Woven by Toyota ใช้ขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างพันธมิตรหลากหลายอุตสาหกรรม เพื่อเร่งการสร้างนวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง พร้อมตั้งเป้าสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างยั่งยืนต่อสังคมในระยะยาว
ที่มา: Toyota
หมายเหตุ *1: อ้างอิงจาก MVBench Leaderboard ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานสำหรับการประเมินความสามารถของ AI ในด้านการทำความเข้าใจและวิเคราะห์ข้อมูลวิดีโอ
หมายเหตุ *2: “Monozukuri” ซึ่งหมายถึง “ศิลปะแห่งการสร้างสรรค์สิ่งของ” ในภาษาญี่ปุ่นสะท้อนถึงจิตวิญญาณด้านงาน ฝีมือและความมุ่งมั่นของ Toyota ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อผู้คน
หมายเหตุ *3: Electric Vertical Take-Off and Landing (eVTOL) หรืออากาศยานขึ้นลงแนวดิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้า
