เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2026 Denza ได้ฤกษ์เปิดตัวรถ SUV รุ่นใหญ่ N8L ที่ได้รับการอัพเกรดระบบชาร์จไว Flash Charging Edition โดยเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าในตลาดจีนอย่างเป็นทางการ ตั้งราคาจำหน่ายช่วง 350,000 – 400,000 หยวน (ประมาณ 1.7 – 2.0 ล้านบาท) ภายใต้แบรนด์พรีเมียมของ BYD อย่าง Denza ซึ่งกำลังเร่งรุกตลาด SUV อย่างต่อเนื่อง
ลูกค้าที่จองในช่วงพรีเซลส์จะได้รับสิทธิ์ใช้บริการระบบชาร์จไวเจเนอเรชั่นใหม่ “Flash Charging” ฟรีเป็นเวลานานสูงสุด 18 เดือน สะท้อนกลยุทธ์ของ BYD ที่ต้องการผลักดันเทคโนโลยีชาร์จเร็วให้กลายเป็นจุดขายหลักของแบรนด์ในระยะยาว
N8L เป็น SUV ขนาดใหญ่แบบ 6 ที่นั่ง ที่ติดตั้งแบตเตอรี่ Blade Battery เจเนอเรชันที่ 2 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของ BYD โดยรองรับกำลังชาร์จสูงสุดถึงไวด้วยกำลังสูงสุด 1,500 kW ถือว่าเป็นระดับที่ใกล้เคียงการเติมน้ำมันในแง่ของความรวดเร็ว
ด้วยระบบชาร์จใหม่นี้ ทำให้ตัวรถสามารถชาร์จจาก 10% ถึง 97% ได้ภายในเวลาเพียง 9 นาที หรือหากชาร์จแค่ 10–70% จะใช้เวลาเพียง 5 นาทีเท่านั้น ซึ่งถือว่าเร็วที่สุดในระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม EV ปัจจุบัน
ในเวอร์ชันขุมพลัง Hybrid ตัวรถมาพร้อมแบตเตอรี่ความจุใหญ่ถึง 75.26 kWh ให้ระยะทางขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนสูงสุด 430 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง รองรับการใช้งานทั้งในเมืองและทางไกล
ด้านสมรรถนะ N8L ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์ ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ทำให้ความสามารถเร่งจากความเร็ว 0–100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง “3 วินาทีต้น ๆ” ซึ่งถือว่าเร็วมากสำหรับ SUV ขนาดใหญ่ระดับนี้
N8L ใช้งานวิศวกรรมพื้นฐาน e3 intelligent vehicle control พร้อมระบบควบคุมการทรงตัวของตัวถัง DiSus-A ที่รองรับฟีเจอร์ขั้นสูง เช่น การเลี้ยวแบบ Compass Turn และการขับขี่แบบ Crab Walk ที่ใช้ความสามารถพิเศษจากการมีมอเตอร์หน้า-หลัง เพิ่มความคล่องตัวในสถานการณ์ใช้งานจริง

ด้านความปลอดภัยติดตั้งระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง God’s Eye เวอร์ชั่น 5.0 พร้อมฟังก์ชันสำคัญอย่างระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) และระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะที่ยกระดับความปลอดภัยแบบจัดเต็ม
การเปิดตัว N8L Flash Charging Edition เกิดขึ้นต่อเนื่องจาก Denza N9 รุ่นพี่ที่เพิ่งเปิดพรีเซลส์ไปก่อนหน้า สะท้อนถึงแผนของ BYD ที่เดินหน้าอัพเดตไลน์อัพด้วยเทคโนโลยีใหม่อย่างรวดเร็ว ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ BYD ในการยกระดับประสบการณ์รถไฟฟ้าให้ “เร็ว เทียบเท่าเติมน้ำมัน” ทั้งในแง่การชาร์จและสมรรถนะ พร้อมแข่งขันในตลาด SUV ระดับพรีเมียมได้อย่างจริงจัง
ที่มา: CNEvpost
