เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2026 Geely เปิดตัว SUV ขุมพลังไฟฟ้าล้วนรุ่นใหม่ Geely Galaxy Starship 7 EV อย่างเป็นทางการในตลาดจีน โดยวางตำแหน่งเหนือ Geely EX5 (หรือ Galaxy E5 ในตลาดจีน) พร้อมชูจุดขายด้านระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 605 กม. (มาตรฐาน CLTC) เพื่อตอบโจทย์การใช้งานระยะไกลมากขึ้น
พื้นฐานของรถยังคงใช้งานวิศวกรรมพื้นฐาน GEA เช่นเดียวกับรุ่นขุมพลัง Plug-in hybrid EM-i แต่ถูกปรับเป็นขุมพลังไฟฟ้าล้วน โดยได้ตัดขุมพลังเครื่องยนต์สันดาปออกทั้งหมด ขนาดตัวถังยังเท่าเดิมที่ยาว 4,740 มม. กว้าง 1,905 มม. สูง 1,685 มม. และฐานล้อ 2,755 มม. พร้อมค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd.) 0.278
ดีไซน์ภายนอกมีการปรับรายละเอียดให้สื่อถึงความเป็นรถ EV มากขึ้น เช่น กระจังหน้าแบบปิดทึบ ไฟ DRL แบบพาดยาวเต็มความกว้างของขอบฝากระโปรงหน้า อีกทั้งยังมีชุดไฟท้ายดีไซน์ใหม่ ขณะที่ล้ออัลลอยก็มีให้เลือกขนาด 18 และ 19 นิ้ว พร้อมดีไซน์ลดแรงต้านอากาศ
ภายในห้องโดยสารติดตั้งเครื่องเสียง Flyme Auto ซึ่งเป็นระบบ Infotainment หลักของ Geely Galaxy โดยเน้นการใช้งานแบบ Multi-screen และมี Interface คล้ายกับสมาร์ทโฟน รองรับการเชื่อมต่อและควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ได้อย่างลื่นไหล เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์รวมระบบซอฟต์แวร์ของแบรนด์
Geely Galaxy ได้วางตำแหน่งของ Starship 7 EV ไว้เป็น SUV ขนาดกลางที่เหนือกว่า EX5 อย่างชัดเจน ทั้งมิติตัวถังและระยะทางวิ่ง โดย EX5 มีความยาว 4,615 มม. และวิ่งได้ระยะทางไกลสุด 413 กม. (มาตรฐาน CLTC) ทำให้ Starship 7 เหมาะกับลูกค้าที่ต้องการพื้นที่การใช้งานมากขึ้นและใช้งานเดินทางไกลมากกว่า
Starship 7 EV มีแบตเตอรี่ให้เลือก 2 ความจุ ได้แก่ 60.2 kWh และ 68.39 kWh จับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าหน้าแบบเดี่ยว ให้พละกำลังสูงสุด 218 แรงม้า และแรงบิดประมาณ 300 นิวตัน-เมตร โดยมีตัวเลือกระยะทางวิ่งสูงสุด 525 กม. และ 605 กม. ซึ่งเน้นความประหยัดและการใช้งานจริงมากกว่าสมรรถนะที่หวือหวา
อย่างไรก็ตาม สำหรับเวอร์ชันขุมพลัง Hybrid EM-i ของรุ่นนี้มีตัวเลขยอดขายในจีนที่ผันผวนค่อนข้างมากในช่วงปี 2025–2026 สะท้อนการแข่งขันที่รุนแรงในตลาด SUV พลังงานใหม่ ซึ่งเป็นโจทย์สำคัญที่เวอร์ชัน EV ต้องเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Starship 7 และยังรองรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความหรูหราขั้นกว่า EX5
โดยรวมแล้ว Starship 7 EV คือก้าวต่อไปของ Geely ในการขยายไลน์อัป EV ให้ครอบคลุมมากขึ้น ทั้งในตลาดจีนและต่างประเทศ โดยเน้นจุดขาย “‘งานออกแบบที่เรียบง่าย ขนาดตัวถังใหญ่และระยะทางวิ่งได้ไกล” เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้ยุคใหม่ ขณะที่ราคาจำหน่ายยังไม่ประกาศ แต่คาดว่าจะวางตำแหน่งเหนือรุ่น EM-i ที่เริ่มต้นราว 95,800 หยวนอย่างแน่นอน
ที่มา: Carscoops
