เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2026 Alfa Romeo ได้เปิดตัวแพ็กเกจเสริมใหม่ “Pack Performance” สำหรับ คู่หูหัวหอกตัวถังซีดานและ SUV อย่าง Giulia และ Stelvio ในตลาดยุโรป โดยเน้นยกระดับทั้งดีไซน์ เทคโนโลยี และสมรรถนะการขับขี่ เพื่อสะท้อน DNA ความสปอร์ตของแบรนด์ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น พร้อมมอบประสบการณ์ขับขี่ที่เร้าใจเทียบเคียงกับเวอร์ชั่นร้อนแรงอย่าง Quadrifoglio แต่ยังคงใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน

 

อย่างไรก็ตามการตกแต่งภายนอกอาจไม่มีความเปลี่ยนแปลงเพื่อไม่ให้เกินหน้าเกินตารุ่น Quadrifoglio โดยจะเริ่มที่ภายในห้องโดยสาร ที่ถูกปรับให้มีบรรยากาศสปอร์ตมากขึ้น ด้วยเบาะหนังสีดำตัดด้ายแดง พร้อมตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์และการเพิ่มสีแดงบริเวณแดชบอร์ด แผงประตู และที่วางแขน สื่อถึงจิตวิญญาณมอเตอร์สปอร์ตของ Alfa Romeo อย่างชัดเจน 

 

ขณะเดียวกันยังเพิ่มระบบเครื่องเสียงพรีเมียมจาก Harman Kardon เพื่อยกระดับประสบการณ์ภายในห้องโดยสารที่ใช้แอมพลิฟายเออร์ Class-D ให้กำลังขับสูงสุด 900 วัตต์ แบบ 12 แชนแนล พร้อมเทคโนโลยี Logic 7 Surround ให้มิติเสียงแบบรอบทิศทาง 3 มิติ โดยชุดลำโพงถูกออกแบบเฉพาะเพื่อให้ได้ทั้งพลังและความละเอียดในทุกย่านเสียง ทั้งซับวูฟเฟอร์สำหรับเสียงต่ำ วูฟเฟอร์กลาง และทวีตเตอร์สำหรับเสียงแหลม ทำให้ทุกการเดินทางมีอรรถรสใกล้เคียงห้องฟังระดับไฮเอนด์

 

ไฮไลต์สำคัญด้านสมรรถนะที่จะไม่พูดถึงไม่ได้คือระบบช่วงล่าง “Synaptic Dynamic Control” ที่ควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ สามารถปรับแรงหน่วงของโช้คอัพได้แบบเรียลไทม์ผ่านวาล์วไฟฟ้า-ไฮดรอลิก โดยวิเคราะห์ข้อมูลจากสภาพถนน สไตล์การขับ และแรงที่สะท้อนผ่านโครงสร้างตัวถังได้จากเซ็นเซอร์ เพื่อให้ได้สมดุลระหว่างความนุ่มสบาย ความแม่นยำ และความปลอดภัย

 

ระบบนี้ยังทำงานร่วมกับโหมดการขับขี่ Alfa DNA โดยในโหมด Dynamic จะเน้นความเฟริมและความคมของช่วงล่างเพื่อการควบคุมสูงสุด ขณะที่โหมด Natural และ Advanced Efficiency จะปรับให้การตอบสนองนุ่มนวลขึ้น เหมาะกับการใช้งานทั่วไป

 

การควบคุมทั้งหมดถูกจัดการผ่าน Chassis Domain Control ซึ่งเป็นหน่วยประมวลผลกลางที่ประสานการทำงานของระบบช่วงล่าง เบรก ระบบควบคุมเสถียรภาพ และดิฟเฟอเรนเชียลลิมิเต็ดสลิป ให้ทำงานร่วมกันได้อย่างไร้ที่ติ ทำให้ตัวรถที่การควบคุมที่แม่นยำ คาดเดาได้ และปลอดภัยในทุกสถานการณ์

Pack Performance จะทำให้ Alfa Romeo Giulia และ Stelvio มีภาพลักษณ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการขับขี่แบบเร้าใจและการใช้งานทั่วไปอย่างสุนทรีย์ โดยไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ผสานทั้งสองเข้าด้วยกันตามแบบฉบับของ Alfa Romeo อย่างแท้จริง

ที่มา: Stellantis