ควันหลงจากงานแถลงแนวทางการทำธุรกิจของ Stellantis ในกิจกรรม Investor Day 2026 เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยเฉพาะรายละเอียดเกี่ยวกับแบรนด์ Alfa Romeo ทางบริษัทต้องการชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับทิศทางในอนาคตของแบรนด์ โดยเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม ทาง Stellantis ได้แถลงข้อมูลสำคัญเพิ่มเติมที่เกี่ยวกับชะตากรรมของค่ายงูกินเด็กจากอิตาลี

Alfa Romeo ยังคงเดินหน้าตามกลยุทธ์ที่วางไว้ด้วยความชัดเจนและมีวิสัยทัศน์ โดยให้ตัวรถเป็นศูนย์กลางของทุกการตัดสินใจ ปัจจุบันไลน์อัพของแบรนด์ประกอบไปด้วย รถ SUV พิกัด B-segment รุ่น Junior ที่ทำหน้าที่เป็นตีย์แมนหลักในการสร้างยอดขาย Tonale รถ SUV พิกัด C-segment ซึ่งถือเป็นโมเดลสำคัญระดับโลกและมียอดการผลิตมากกว่า 100,000 คัน รวมถึง 33 Stradale ที่ทำหน้าที่เป็น Halo Car ถ่ายทอดภาพลักษณ์ ความพิเศษ และเสริมความน่าหลงใหลให้กับแบรนด์อย่างชัดเจน

 

ขณะเดียวกัน Giulia และ Stelvio จะยังคงอยู่ในสายพานการผลิตต่อไปจนถึงปี 2027 รวมถึงรุ่นสมรรถนะสูง Quadrifoglio ด้วย สะท้อนแนวทางที่เน้นความสมดุลระหว่างการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคต ความต้องการของลูกค้าและการรักษามรดกทางแบรนด์เอาไว้

ในอนาคต Alfa Romeo จะใช้ประโยชน์จากงานวิศวกรรมระดับโลกของ Stellantis ทั้งด้านงานวิศวกรรมเทคโนโลยี และระบบขับเคลื่อน เพื่อขยายการทำตลาดในกลุ่มสำคัญ โดยเฉพาะเซกเมนต์ B และ C ภายใต้แผน Fastlane 2030 พร้อมยังคงรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Alfa Romeo เอาไว้อย่างชัดเจน

 

สำหรับ Junior จะได้รับการปรับโฉมระหว่างอายุการทำตลาด และยังคงทำตลาดในกลุ่ม B-SUV ต่อไป โดยเน้นลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์แอ็กทีฟ พร้อมทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มต้นสู่โลกของ Alfa Romeo นอกจากนี้ Alfa Romeo ยังเตรียมเปิดตัว C-SUV รุ่นใหม่บนงานวิศวกรรมพื้นฐาน STLA M รองรับขุมพลังหลายรูปแบบ ทั้งเครื่องยนต์ Hybrid และ EV เพื่อแข่งขันในตลาดหลักของอุตสาหกรรม โดยรถรุ่นดังกล่าวจะยังคงถูกพัฒนาในอิตาลี และเน้นจุดเด่นด้านคุณภาพห้องโดยสาร สมรรถนะ และความสนุกในการขับขี่ตามแบบฉบับ Alfa Romeo

 

อีกหนึ่งโมเดลสำคัญคือรถ Hatchback กลุ่ม C-Segment รุ่นใหม่ บนงานวิศวกรรม STLA ONE แบบ Multi-Energy ซึ่งจะสานต่อจิตวิญญาณของรถระดับตำนานอย่าง 147 และ Giulietta โดยจะผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ ประสิทธิภาพ และ DNA ด้านการขับขี่ของแบรนด์เข้าไว้ด้วยกัน

 

Alfa Romeo ยังเตรียมเปิดตัวโปรเจกต์พิเศษงานโชว์ระดับโลก ภายใต้โครงการ BOTTEGAFUORISERIE ที่ร่วมมือกับเพื่อนร่วมสัญชาติอย่าง Maserati เพื่อเพิ่มความพิเศษ สร้างนวัตกรรม และยกระดับความเชื่อมโยงทางอารมณ์ระหว่างลูกค้ากับแบรนด์ให้มากขึ้นกว่าเดิม 

ขณะเดียวกัน Alfa Romeo ก็กำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการแข่งขันต่อในตลาด D-Segment ผ่านการตีความใหม่ของ Giulia และ Stelvio โดยยังคงรักษาคาแรกเตอร์ด้านสมรรถนะเอาไว้ พร้อมปรับตัวให้สอดคล้องกับทิศทางตลาดในอนาคต ผ่านงานวิศวกรรมที่รองรับระบบขับเคลื่อนหลายรูปแบบ ทั้ง Hybrid และ EV ซึ่งรายละเอียดเพิ่มเติมจะถูกเปิดเผยในภายหลัง

ที่มา: Stellantis