Ram กำลังเดินหน้ารุกตลาดอเมริกาเหนือครั้งใหญ่ ด้วยแผนเปิดตัวรถใหม่อย่างน้อย 3 รุ่นภายในปี 2030 ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่รถกระบะพื้นฐานเก๋งรุ่นใหม่ ไปจนถึง Full-size SUV พร้อมคืนชีพชื่อ “Ramcharger” อีกครั้ง หลังจากในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาแบรนด์เปิดตัวรถใหม่ต่อเนื่องทั้ง Ram 1500 TRX SRT Power Wagon Diesel และล่าสุดกับตระกูล Rumble Bee รวมถึงรถรุ่นพิเศษอีกหลายแบบ จนชัดเจนว่า Ram กำลังกลับมาเน้นภาพลักษณ์แบรนด์รถยนต์เพื่อการใช้งานที่มาพร้อสมรรถนะสูงอย่างจริงจัง
โมเดลใหม่คันแรกที่จะเปิดตัวคือกระบะขนาดเล็กพื้นฐานจาก Ram Rampage รุ่นตลาดอเมริกาใต้ ซึ่งจะถูกนำมาปรับขายในสหรัฐฯ ตัวรถเวอร์ชันบราซิลใช้ห้องโดยสารแบบ Crew Cab พร้อมกระบะท้ายยาว 1,450 มม. และมีขนาดตัวถังยาวประมาณ 5,028 มม. สั้นกว่า Ford Maverick เล็กน้อย ภายในติดตั้งจอเรือนไมล์แบบ Full Digital ขนาด 10.3 นิ้ว และหน้า Infotainment ขนาด 12.3 นิ้ว ชูความทันสมัยไม่ต่างจากรถกระบะ Full-size ของแบรนด์
ขุมพลังของ Rampage เวอร์ชันอเมริกาจะมีทั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร และไฮไลต์สำคัญอย่างเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร Hurricane เทอร์โบ ที่ให้กำลังสูงถึง 268 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ถือว่าแรงเกินมาตรฐานรถกระบะพื้นฐานเก๋งทั่วไปอย่างชัดเจน และสะท้อนแนวทางใหม่ของ Ram ที่ต้องการให้แม้แต่รุ่นเล็กสุดก็ยังคงบุคลิก “ขับสนุกและแรง” ตามสไตล์อเมริกัน
หลังจากนั้น Ram จะส่ง Dakota กระบะพิกัด 1 ตันรุ่นใหม่กลับคืนสู่ตลาดอีกครั้ง หลังชื่อ Dakota หายไปนานหลายปี โดยคราวนี้ Stellantis ยืนยันแล้วว่าจะมี Dakota SRT รุ่นสมรรถนะสูงตามออกมาด้วย ซึ่งหมายความว่ามันต้องแรงกว่า Ford Ranger Raptor ที่ปัจจุบันใช้เครื่องยนต์ V6 เทอร์โบ 405 แรงม้า อาจใช้เครื่องยนต์ Hurricane 6 สูบเรียงเทอร์โบคู่ หรืออาจแรงถึงระดับ Hemi V8 หากผ่านข้อกำหนดด้านมลพิษได้
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการคืนชีพชื่อ Ramcharger ในรูปแบบ Full-size SUV ซึ่งจะผลิตที่โรงงาน Warren Truck Plant ในรัฐมิชิแกน เริ่มสายการผลิตช่วงปี 2028 โดยตัวรถจะถูกพัฒนาคู่ขนานกับ Jeep Grand Wagoneer รุ่นปรับโฉมใหม่ และคาดว่าจะใช้พื้นฐานร่วมกันจำนวนมาก ทั้งแพลตฟอร์ม ช่วงล่าง และขุมพลังหลัก โดยเวอร์ชันเครื่องยนต์สันดาปของ Ramcharger อาจใช้เครื่องยนต์ เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียง Hurricane ความจุ 3.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ขณะที่อีกทางเลือกคือระบบ Range-Extended EV หรือ REEV ที่รวมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ กับแบตเตอรี่ความจุ 92 kWh และเครื่องยนต์เบนซิน Pentastar V6 ความจุ 3.6 ลิตร ทำหน้าที่สร้างพลังงานไฟฟ้า ส่งผลให้กำลังรวมสูงถึง 647 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 840 นิวตัน-เมตร พร้อมอัตราเร่งจากความเร็ว 0-96 กม./ชม. ภายในเวลา 5 วินาที และระยะทางวิ่งเกิน 805 กม. ต่อการชาร์จและเติมน้ำมันเต็มหนึ่งครั้ง
Ram ยังยืนยันด้วยว่าจะมี Ramcharger SRT รุ่นสมรรถนะสูงตามมาในอนาคต ซึ่งน่าจะใช้แนวทางเดียวกับ TRX SRT และ Rumble Bee SRT ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน นั่นหมายความว่า SUV ฟูลไซซ์คันนี้อาจกลายเป็นหนึ่งในรถครอบครัวที่แรงที่สุดของ Stellantis เลยทีเดียว
นอกเหนือจากรถใหม่ทั้งสามรุ่น Tim Kuniskis ซีอีโอ Ram ยังยืนยันว่า Ram 1500 REV รถกระบะไฟฟ้าล้วนที่เลื่อนเปิดตัวมาหลายครั้งกำลังจะถึงคิวเปิดตัวกันเสียที ทำให้ Ram เป็นแบรนด์แรกที่ขายรถกระบะ Full-size ขุมพลัง Range-Extended อย่างจริงจังในตลาดอเมริกา อีกทั้ง RAM ยังเตรียมเปิดตัวรถกระบะ Heavy Duty รุ่นใหม่ รวมถึง ProMaster โดยบริษัทประกาศชัดว่าไลน์อัพทั้งหมดจะถูกรีเฟรช 100% และกว่าครึ่งจะเป็นรถใหม่ทั้งหมด
ที่มา: Stellantis
