นับว่าเป็นเวลากว่า 3 ปี นับตั้งแต่ Lamborghini ได้สร้างความฮือฮาด้วยการเผยโฉมรถต้นแบบขุมพลังไฟฟ้าคันแรกของแบรนด์อย่าง Lanzador Concept แม้ในเวลานั้นหลายคนจะมองว่าเป็นการประกาศศักดาเข้าสู่ยุค EV อย่างเต็มตัว แต่ในความเป็นจริง รถคันดังกล่าวยังเป็นเพียงต้นแบบ พร้อมคำมั่นสัญญาว่าในอนาคตจะมีเวอร์ชันผลิตจริงออกสู่ตลาด

อย่างไรก็ตาม เส้นทางสู่รถยนต์ไฟฟ้าของค่ายกระทิงดุจาก Sant’Agata Bolognese ดูจะไม่ง่ายอย่างที่เคยวางแผนไว้ เนื่องจากเดิมทีที่ Lamborghini ได้ตั้งเป้าเปิดตัว Lanzador เวอร์ชันจำหน่ายจริงภายในปี 2028 ก่อนจะเลื่อนไปเป็นปี 2029 และล่าสุดแผนดังกล่าวได้ถูก “พักแบบไม่มีกำหนด” ไปแล้ว ขณะที่ Urus เวอร์ชันขุมพลังไฟฟ้าล้วน ซึ่งเคยมีข่าวว่าจะเปิดตัวก่อนสิ้นทศวรรษนี้ ก็ถูกเลื่อนออกไปเช่นเดียวกัน

 

ถึงแม้ Lamborghini จะยังเดินหน้าพัฒนารถ EV อยู่ แต่ปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดช่วงเวลาเปิดตัวอย่างชัดเจน และมีความเป็นไปได้สูงว่าเราจะยังไม่ได้เห็น Lamborghini ไฟฟ้าล้วนก่อนปี 2030 อย่างแน่นอน

เมื่อหันมามองฝั่งคู่ปรับตลอดการสัญชาติเดียวกันอย่างค่ายม้าลำพอง หลังจากที่ Ferrari ได้เปิดตัว Luce ทางสำนักข่าว CNBC ได้สอบถาม Stephan Winkelmann ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Lamborghini ถึงมุมมองต่อการชะลอแผนเปิดตัว Lanzador และ Urus EV ซึ่งเจ้าตัวยืนยันว่าแบรนด์ไม่เสียใจกับการตัดสินใจดังกล่าว พร้อมระบุว่านี่คือแนวทางที่ถูกต้อง

 

Winkelmann เปิดเผยผลจากการติดตามทิศทางตลาดพบว่า “อัตราการยอมรับรถ EV ของกลุ่มลูกค้า Lamborghini ยังไม่ได้ตอบสนองไปในทางบวกแต่อย่างใด” ทำให้บริษัทได้ตัดสินใจเปลี่ยนทิศทางจากรถ BEV ไปสู่ระบบขุมพลัง Plug-in Hybrid แทน

เขายังปฏิเสธที่จะพูดถึงคู่แข่งอย่าง Ferrari Luce โดยตรง โดยกล่าวเพียงว่า “แต่ละแบรนด์ แต่ละบริษัท ต้องเลือกแนวทางของตนเอง โดยที่ทุกคนต่างมีกลยุทธ์ที่แตกต่างกันไป”

 

ก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือน Winkelmann เคยให้สัมภาษณ์กับสื่ออย่าง The Sunday Times ว่า รถยนต์ไฟฟ้าสำหรับ Lamborghini เปรียบเสมือน “การลงทุนที่มีความเสี่ยงซึ่งอาจแลกมากับบทเรียนราคาแพง” หากตลาดและฐานลูกค้ายังไม่พร้อม

ในอนาคต Lamborghini ยังคงมีแผนเปิดตัวรถรุ่นใหม่ล่าสุดรุ่นที่ 4 เข้าสู่ไลน์อัพ ต่อจาก Temerario Revuelto และ Urus โดยรถสไตล์ 2+2 อย่าง Lanzador รุ่นใหม่ กำลังถูกพัฒนาให้รองรับขุมพลังเครื่องยนต์สันดาปร่วมกับระบบ Plug-in Hybrid เช่นเดียวกับรถรุ่นปัจจุบันของแบรนด์ที่เปลี่ยนผ่านสู่ยุคขุมพลังดังกล่าว เรียบร้อยแล้ว

ที่มา: Motor1