General Motors (GM) เปิดตัวศูนย์ออกแบบขั้นสูงแห่งใหม่ในเมืองพาซาดีนา รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา อย่างเป็นทางการ พร้อมเผยโฉมรถต้นแบบ GMC HUMMER X ที่เป็นได้ทั้งรถ SUV และรถกระบะขุมพลังไฟฟ้าในคันเดียว ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นเพื่อสำรวจแนวทางการออกแบบ เทคโนโลยี และประสบการณ์การใช้งานรถยนต์แห่งอนาคต โดยไม่ใช่รถที่มีแผนผลิตจำหน่ายจริงในปัจจุบันแต่อย่างใด


สำหรับ GMC HUMMER X Concept ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด “The Courage to Get Lost” หรือ “ความกล้าที่จะหลงทางเพื่อนำไปสู่การค้นพบสิ่งใหม่ๆ” โดยเป็นความร่วมมือระหว่างทีม Advanced Design Advanced Engineering และ Advanced Manufacturing ของ GM ตัวรถถูกออกแบบให้เป็นรถออฟโรดขุมพลังไฟฟ้าขนาดกลางที่สามารถปรับแต่งได้อย่างอิสระ พร้อมยึดหลักสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ ความยืดหยุ่นในการปรับแต่ง (Reconfigurability) สมรรถนะการลุย (Capability) การสร้างชุมชนผู้ใช้งาน (Community) และความยั่งยืน (Sustainability)

หนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญของ HUMMER X คือระบบการผลิต FLEX FAB ซึ่งช่วยให้สามารถผลิตชิ้นส่วนโลหะในปริมาณน้อยได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้แม่พิมพ์ปั๊มขึ้นรูปแบบดั้งเดิม แนวคิดนี้เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถปรับแต่งรถได้หลากหลายรูปแบบมากขึ้น ตัวรถจึงมีเส้นสายเรียบง่าย หลังคาทรงแบน ขอบตัวถังโค้งมน รอยเชื่อมเลเซอร์ และน็อตยึดโชว์ตัว
ด้านสมรรถนะ HUMMER X ถูกออกแบบให้เป็นรถสายลุยเต็มรูปแบบ ด้วยจุดศูนย์ถ่วงต่ำจากระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้า ยางออฟโรดจาก Goodyear ขนาดใหญ่ 35-37 นิ้ว ล้อ Beadlock โช้กอัพจาก Multimatic ซุ้มล้อถอดเปลี่ยนได้ และแผ่นป้องกันใต้ท้องรถขนาดใหญ่ โดยรุ่น SUV มีระยะห่างใต้ท้องรถสูงถึง 334 มิลลิเมตร มุมไต่ 44 องศา และมุมจาก 46 องศา ขณะที่รุ่นกระบะมีความยาวตัวรถมากกว่า 5.26 เมตร และเน้นความอเนกประสงค์ในการใช้งาน
GM ยังให้ความสำคัญกับการสร้างคอมมูนิตี้ของผู้ใช้งานผ่านแนวคิด HUMMER HUB ซึ่งเป็นระบบแอปพลิเคชันเชื่อมต่อระหว่างรถและเจ้าของ รองรับการวางแผนเส้นทาง การแชร์ข้อมูลการเดินทาง รวมถึงการใช้งานโดรนสำรวจเส้นทางล่วงหน้า โดยโดรนสามารถบินตรวจสอบสภาพภูมิประเทศ ส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์กลับมายังตัวรถ และกลับมาชาร์จหรือจอดเก็บได้อัตโนมัติเมื่อไม่ใช้งาน
อีกหนึ่งจุดเด่นคือแนวคิดด้านความยั่งยืน โดยวัสดุหลายชิ้นถูกออกแบบให้สามารถรีไซเคิลได้ง่าย ลดการใช้กาวและหันไปใช้ระบบล็อกเชิงกลแทน ชิ้นส่วนภายในอย่างพนักพิงเบาะ แผงหน้าปัด และชิ้นงานตกแต่งบางส่วนผลิตจากวัสดุรีไซเคิลที่นำมาจากชิ้นส่วนรถยนต์เก่า อีกทั้งยังออกแบบให้สามารถถอดเปลี่ยน ซ่อมแซม หรือส่งต่อใช้งานได้ง่าย สะท้อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่ GM มองว่าจะเป็นหนึ่งในทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต
ขณะที่ศูนย์ออกแบบแห่งใหม่นี้มีพื้นที่รวมกว่า 148,000 ตารางฟุต กระจายตัวอยู่ในอาคาร 3 หลัง รองรับการสร้างโมเดลดินเหนียว (Cray Model) ขนาดเท่ารถคันจริง การผลิตรถต้นแบบ และการทำงานร่วมกันผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลสมัยใหม่ โดยมีทีมงานกว่า 100 คน ครอบคลุมทั้งนักออกแบบ วิศวกร ผู้เชี่ยวชาญด้านการขึ้นรูป และช่างฝีมือ ซึ่งจะทำหน้าที่พัฒนาแนวคิดใหม่ ๆ สำหรับรถยนต์ GM ในอีก 10-20 ปีข้างหน้า
GM ระบุว่าภาคใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นแหล่งแรงบันดาลใจสำคัญของทีมออกแบบ ด้วยความหลากหลายทั้งด้านศิลปะ ภาพยนตร์ สถาปัตยกรรม อุตสาหกรรมการบินและอวกาศ รวมถึงภูมิประเทศที่แตกต่างกันอย่างมาก ส่งผลให้ภูมิภาคนี้กลายเป็นหนึ่งในศูนย์กลางวัฒนธรรมยานยนต์ที่โดดเด่นที่สุดของโลก และมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างสรรค์แนวคิดรถยนต์แห่งอนาคตของ GM มาอย่างยาวนาน
ที่มา: GM
