เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2026 Nissan ประเทศญี่ปุ่น ได้ประกาศราคาจำหน่ายพร้อมเปิดรับจอง Murano รุ่นใหม่ อย่างเป็นทางการ หลังจากได้รับเสียงตอบรับที่ดีในตลาดสหรัฐอเมริกา โดยเป็นการนำ SUV ขนาดกลางรุ่นนี้กลับมาทำตลาดในญี่ปุ่นอีกครั้ง หลังจากหายไปตั้งแต่เจเนอเรชั่นที่ 2 ผ่านโครงการนำเข้ารถยนต์นั่งจากสหรัฐฯ เพื่อสนับสนุนการค้าระหว่างญีปุ่่นและสหรัฐฯ ของกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน คมนาคม และการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2026 เป็นต้นมา โดยไม่สนใจว่ารถรุ่นนั้นจะมีแค่เวอร์ชั่นพวงมาลัยซ้ายหรือไม่

 

Murano เจเนอเรชั่นที่ 4 ผลิตที่โรงงาน Smyrna รัฐเทนเนสซี สหรัฐอเมริกา และถือเป็นหนึ่งในรถครอสโอเวอร์ระดับพรีเมียมที่ประสบความสำเร็จในตลาดอเมริกาเหนือ ด้วยการออกแบบที่ทันสมัยและความสะดวกสบายในการใช้งาน โดย Nissan มองว่ารถรุ่นนี้จะเข้ามาเติมเต็มกลุ่ม SUV ขนาดกลางในตลาดญี่ปุ่นที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

 

ภายนอกของ Murano ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด Premium Modern Crossover ผสมผสานความหรูหราและความแข็งแกร่งเข้าไว้ด้วยกัน โดดเด่นด้วยไฟหน้า LED ทรงเรียว กระจังหน้าขนาดใหญ่ ไฟท้าย LED แบบพาดยาวเต็มความกว้างตัวรถ และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ดูภูมิฐานและทรงพลังยิ่งขึ้น

 

ห้องโดยสารเน้นความเรียบหรูและใช้งานง่าย ติดตั้งหน้าจอแสดงผลแบบคู่ทั้งมาตรวัดแบบ Full Digital และระบบ Infotainment ขนาด 12.3 นิ้ว วางในแนวนอนต่อเนื่องกัน เช่นเดียวกับรถรุ่นอื่นๆของแบรนด์ ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งานและการมองเห็นข้อมูลต่าง ๆ ภายในยังมาพร้อมพื้นที่โดยสารขนาดใหญ่และห้องเก็บสัมภาระที่รองรับการเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย

สำหรับตลาดญี่ปุ่น Murano มีสีตัวถังให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีฟ้าเปิดตัว Turquoise Blue สีดำ Super Black และสีขาว Prism White โดยยังคงรายละเอียดการตกแต่งแบบเดียวกับรถที่จำหน่ายในสหรัฐฯ

 

ขุมพลังที่ใช้เป็นเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร แบบ VC-Turbo พร้อมระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ ให้พละกำลัง 245แรงม้า แรงบิดสูงสุด 352 นิวตัน-เมตร ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ พร้อม Paddle Shift และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Intelligent All-Wheel Drive เป็นมาตรฐาน 

Nissan ระบุว่าเครื่องยนต์ VC-Turbo สามารถปรับอัตราส่วนกำลังอัดได้ตามสภาพการขับขี่ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างสมรรถนะและความประหยัดเชื้อเพลิง ขณะที่ระบบกันสะเทือนแบบ Frequency-Sensitive Dampers และพวงมาลัยไฟฟ้าที่ได้รับการปรับจูนเฉพาะสำหรับ Murano ช่วยยกระดับทั้งความนุ่มนวลและความมั่นใจในการควบคุมรถ

 

ด้านความปลอดภัยติดตั้งระบบ 360° Safety Assist มาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ครบครัน ทั้ง ProPILOT Intelligent Around View Monitor Front Wide View ที่ช่วยมองเห็นบริเวณด้านหน้าซ้าย-ขวาบริเวณทางแยก และ Invisible Hood View ซึ่งสามารถแสดงภาพพื้นที่ใต้ฝากระโปรงหน้าที่ผู้ขับมองไม่เห็น ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ทั้งในเมืองและเส้นทางที่มีพื้นที่จำกัด

 

การกลับมาของ Murano ในญี่ปุ่นครั้งนี้สะท้อนแนวทางใหม่ของ Nissan ที่ต้องการใช้ประโยชน์จากกำลังการผลิตในสหรัฐฯ ควบคู่กับการขยายทางเลือกผลิตภัณฑ์ในตลาดบ้านเกิด โดย Murano จะเข้ามาทำตลาดในฐานะ SUV ระดับพรีเมียมที่อยู่เหนือ X-Trail และเติมช่องว่างระหว่าง SUV ทั่วไปกับรถหรูนำเข้าในตลาดญี่ปุ่น

ที่มา: Nissan