Fang Cheng Bao แบรนด์รถยนต์ที่เน้นลูกค้าเฉพาะกลุ่มภายใต้เครือ BYD เดินหน้าขยายธุรกิจจากรถออฟโรดและ SUV สู่ตลาดรถซีดานอย่างเป็นทางการ ภายหลังจากการยื่นจดทะเบียนรถยนต์ตระกูลใหม่ Formula S ต่อกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (MIIT) โดยเตรียมเปิดตัวสู่ตลาดในช่วงไตรมาส 3 ปี 2026
โดยเผยให้เห็นรถทั้งหมด 5 รุ่นย่อย ครอบคลุมตัวถัง 2 รูปแบบ ได้แก่ Formula S รูปแบบ Fastback และ Formula S GT เวอร์ชัน Shooting Brake ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของแบรนด์ในการเข้าสู่ตลาดรถยนต์นั่งอย่างเต็มรูปแบบ หลังจากก่อนหน้านี้เน้นทำตลาดผ่านรถอเนกประสงค์ตระกูล Bao Series และ Tai Series เป็นหลัก
Formula S จะใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าล้วน (BEV) พร้อมแบตเตอรี่แบบ Lithium Iron Phosphate (LFP) จาก BYD โดยมีขนาดตัวถังยาว 5,060 มิลลิเมตร กว้าง 1,967 มิลลิเมตร และมีระยะฐานล้อ 2,960 มิลลิเมตร จัดอยู่ในกลุ่มรถซีดานขนาดใหญ่ที่เน้นความสปอร์ตและพื้นที่ใช้สอยควบคู่กันไป
ด้านสมรรถนะมีให้เลือก 3 รูปแบบ ประกอบด้วยรุ่นมอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง กำลังสูงสุด 329 แรงม้า และ 402 แรงม้า ส่วนรุ่นท็อปใช้มอเตอร์คู่ขับเคลื่อนสี่ล้อ โดยติดตั้งมอเตอร์หน้าและมอเตอร์หลัง ให้กำลังรวมสูงสุด 657 แรงม้า พร้อมความเร็วสูงสุด 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
สำหรับ Formula S GT ที่มาในรูปแบบตัวถัง Shooting Brake เพิ่มความอเนกประสงค์มากขึ้น ตัวรถจะมีความยาว 5,025 มิลลิเมตร และสามารถเพิ่มเป็น 5,095 มิลลิเมตรเมื่อเลือกติดตั้งตะขอลากจูง โดยรองรับน้ำหนักลากจูงสูงสุด 500 กิโลกรัม ระบบขับเคลื่อนมีให้เลือกทั้งมอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง 402 แรงม้า และมอเตอร์คู่กำลังรวม 657 แรงม้า เช่นเดียวกับรุ่นซีดาน
รถทั้งสองรุ่นจะผลิตที่โรงงานของ BYD ในเมืองซีอานและฉางโจว โดยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ที่พัฒนาและผลิตเองโดย BYD ทั้งหมด สะท้อนแนวทาง Vertical Integration ที่เป็นจุดแข็งสำคัญของผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของจีนในปัจจุบัน
ย้อนกลับไปในงาน Beijing Auto Show 2026 เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา Fang Cheng Bao ได้ประกาศว่าตระกูล Formula S จะประกอบด้วยรถทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ Formula S Formula SL ซึ่งเป็นซีดานขนาดใหญ่กว่า และ Formula S GT โดยถูกวางตำแหน่งให้เป็นรถซีดานที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการความแตกต่างจากรถยนต์กระแสหลักในตลาด
การเปิดตัว Formula S Series เกิดขึ้นในช่วงที่ Fang Cheng Bao กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยในเดือนพฤษภาคม 2026 มียอดส่งมอบรถ 30,186 คัน เพิ่มขึ้น 139.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 3.6% จากเดือนเมษายน 2026 ขณะที่ยอดขายสะสมช่วง 5 เดือนแรกของปี 2026 อยู่ที่ 123,867 คัน เพิ่มขึ้นถึง 196% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2025
Fang Cheng Bao มียอดส่งมอบสะสมรวมแล้วกว่า 420,604 คัน นับตั้งแต่เริ่มวางจำหน่าย สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์ย่อยรายนี้กำลังกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นสำคัญของตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ในจีน และการเพิ่มทางเลือกอย่าง Formula S Series อาจเป็นอีกก้าวสำคัญในการขยายอิทธิพลสู่ตลาดรถซีดานสมรรถนะสูงในอนาคต
ที่มา: Carnewschina
