BYD เริ่มเปิดให้บริการสถานีชาร์จความเร็วสูงหรือ Flash Charger ในทวีปยุโรปอย่างเป็นทางการ ตามหลังตลาดจีนบ้านเกิดไม่นานเกินรอ โดยสถานีแรกในสหราชอาณาจักรได้เปิดใช้งานเพียงไม่กี่วันหลังจากสถานีแรกในเยอรมนีเริ่มให้บริการไปก่อนหน้านี้ จุดเด่นสำคัญคือกำลังชาร์จสูงสุดถึง 1,500 kW (1.5 เมกะวัตต์) ซึ่งสูงกว่าสถานีชาร์จไฟ Tesla Supercharger V4 ที่รองรับประมาณ 500 kW ถึง 3 เท่า และมากกว่าเครื่องชาร์จ DC Fast Charge ทั่วไปในยุโรปและสหรัฐอเมริกาที่ส่วนใหญ่อยู่ในระดับ 350 kW

Bono Ge ผู้จัดการ BYD สหราชอาณาจักร เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าที่จะคิดค่าบริการราว 50 เพนนีต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง หรือต่ำกว่านั้นเล็กน้อย ซึ่งถือว่าต่ำกว่าเรทที่ผู้ให้บริการสถานีชาร์จเร็วหลายรายในสหราชอาณาจักร อีกทั้งลูกค้า BYD จะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ขณะที่ผู้ซื้อ Denza Z9 GT ในยุโรปช่วงแรกจะได้รับสิทธิ์ใช้งาน Flash Charging ฟรีนาน 18 เดือน

 

BYD วางแผนขยายเครือข่าย Flash Charger จำนวน 300 จุดในสหราชอาณาจักร และรวม 3,000 จุดทั่วทวีปยุโรปภายในสิ้นปี 2027 โดยจะติดตั้งตามเส้นทางคมนาคมหลักห่างกันประมาณ 50 กิโลเมตร พร้อมเดินหน้าเจรจากับเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตและผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ เพื่อใช้พื้นที่ลานจอดรถเป็นสถานีชาร์จเพิ่มเติม

ถึงแม้จำนวนสถานีดังกล่าวยังคงน้อยเมื่อเทียบกับเครือข่ายชาร์จสาธารณะในยุโรปที่มีอยู่ราว 250,000 จุด หรือสหรัฐฯ ที่มีเครื่องชาร์จ DC Fast Charger กว่า 61,000 จุด แต่ BYD มองว่าความได้เปรียบด้านความเร็วในการชาร์จจะช่วยสร้างจุดขายที่แตกต่างจากคู่แข่งได้อย่างชัดเจน

 

หัวใจสำคัญของเทคโนโลยี Flash Charge คือความสามารถในการลดเวลาเติมพลังงานให้ใกล้เคียงกับการเติมน้ำมัน โดยรถยนต์ที่รองรับสามารถชาร์จจาก 10-70% ภายในเวลาเพียง 5 นาที และเพิ่มระดับแบตเตอรี่เป็น 97% ภายใน 9 นาที ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกับเวลาที่ผู้ใช้รถสันดาปใช้ในการเติมน้ำมันหนึ่งครั้ง

เมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำในตลาดอย่าง Lucid Air ซึ่งรองรับกำลังชาร์จสูงสุดประมาณ 300 กิโลวัตต์ และใช้เวลาประมาณ 20-30 นาทีในการชาร์จจาก 10-80% จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีของ BYD ช่วยลดเวลาหยุดพักระหว่างเดินทางลงได้อย่างมาก 

 

อย่างไรก็ตาม ความเร็วระดับ 1.5 เมกะวัตต์ยังจำกัดอยู่กับรถยนต์ที่ใช้สถาปัตยกรรมไฟฟ้ารุ่นใหม่และแบตเตอรี่แบบ Blade เจเนอเรชันที่ 2 ของ BYD โดยรถรุ่นแรกที่รองรับในยุโรปคือ Denza Z9 GT ก่อนที่เทคโนโลยีดังกล่าวจะค่อย ๆ ขยายไปยังรถยนต์รุ่นอื่นๆในเครือ BYD ซึ่งสะท้อนเป้าหมายของบริษัทที่ต้องการทำให้ประสบการณ์การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าสะดวกรวดเร็วและแทบไม่ต่างจากการเติมน้ำมันในรถยนต์เครื่องสันดาป

ที่มา: Autoblog