Dongfeng Motor ประกาศความพร้อมในการเริ่มผลิตแบตเตอรี่แบบ Solid-State ในระดับอุตสาหกรรม และจะสามารถนำไปติดตั้งในรถยนต์จริงภายในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ท่ามกลางกระแสสงครามแบตเตอรี่แบบ Solid-State โดยแบตเตอรี่รุ่นใหม่นี้มีความหนาแน่นพลังงานสูงถึง 350 Wh/kg ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้รถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ให้มีระยะทางวิ่งเกิน 1,000 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
จุดเด่นสำคัญของแบตเตอรี่ Solid-State คือการเปลี่ยนจากอิเล็กโทรไลต์เหลวที่ใช้ในแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนทั่วไป มาเป็นอิเล็กโทรไลต์แบบแข็ง ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการลุกไหม้หรือการระเบิดเมื่อเกิดการชน หรือเมื่อแบตเตอรี่ทำงานในอุณหภูมิสูง ส่งผลให้มีความปลอดภัยเหนือกว่าแบตเตอรี่ EV ในปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ
Dongfeng ระบุว่าแบตเตอรี่ดังกล่าวผ่านการทดสอบด้านความปลอดภัยอย่างเข้มงวดหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบแรงกดอัดขั้นรุนแรง ซึ่งแบตเตอรี่ยังสามารถทำงานได้แม้ตัวเซลล์จะเสียรูปถึง 50% รวมถึงการทดสอบในสภาวะอุณหภูมิสูงถึง 170 องศาเซลเซียส โดยไม่พบควันหรือการลุกไหม้แต่อย่างใด
บริษัทเลือกใช้แนวทาง Oxide-Polymer Composite Solid-State Battery ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในแนวทางที่มีความเป็นไปได้สูงที่สุดสำหรับการผลิตจำนวนมาก เนื่องจากยังสามารถใช้วัตถุดิบและเครื่องจักรการผลิตส่วนใหญ่ที่มีอยู่ในปัจจุบันได้ ทำให้ต้นทุนการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ต่ำกว่าเทคโนโลยี Solid-State รูปแบบอื่น
นาย Zhang Wei หัวหน้าห้องปฏิบัติการแบตเตอรี่ Solid-State ของศูนย์วิจัยและพัฒนา Dongfeng เปิดเผยว่าบริษัทสามารถพัฒนาเทคโนโลยีหลักได้เองทั้งหมด ตั้งแต่วัสดุขั้วไฟฟ้า อิเล็กโทรไลต์แบบแข็ง ไปจนถึงการออกแบบแพ็กแบตเตอรี่ทั้งระบบ พร้อมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัย การทดสอบ และสายการผลิตต้นแบบครบวงจรภายในประเทศจีน
ผลการทดสอบภาคสนามในเมือง Mohe ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีอากาศหนาวจัดที่สุดแห่งหนึ่งของจีน แสดงให้เห็นว่าแบตเตอรี่ยังคงรักษาความจุได้มากกว่า 74% แม้อุณหภูมิจะลดลงถึง -30 องศาเซลเซียส ขณะที่รถต้นแบบสามารถทำระยะทางรวมได้มากกว่า 1,000 กิโลเมตร นอกจากนี้แพ็กแบตเตอรี่รุ่นใหม่ยังมีน้ำหนักเบากว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบเดิมประมาณ 30% ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านระยะทางวิ่งโดยไม่ต้องเพิ่มขนาดแบตเตอรี่
อย่างไรก็ตาม Dongfeng ไม่ใช่ผู้เล่นรายเดียวในสนามนี้ เพราะค่ายรถและผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของจีนอย่าง GAC Group CATL และ FAW Group ต่างก็เร่งพัฒนาแบตเตอรี่ Solid-State ของตนเองเช่นกัน โดยหลายบริษัทตั้งเป้าเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในช่วงปี 2026-2027 ทำให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าจีนกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่การแข่งขันจะไม่ได้วัดกันเพียงกำลังมอเตอร์หรือซอฟต์แวร์อีกต่อไป แต่จะเป็นการแข่งขันด้านเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่อาจกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรม EV ทั่วโลกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
ที่มา: Carnewschina
