เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2026 Chevrolet อเมริกาเหนือได้เปิดตัวรถกระบะ Full-size คู่บุญอย่าง Silverado 1500 รุ่นปรับปรุงใหม่ Model Year 2027พร้อมยกระดับครั้งใหญ่ทั้งด้านขุมพลัง เทคโนโลยี และสมรรถนะการใช้งาน โดยไฮไลต์สำคัญคือการกลับมาของเครื่องยนต์ V8 บล็อกใหม่ทั้งหมด 2 ขนาด ท่ามกลางกระแสอุตสาหกรรมที่ผู้ผลิตหลายรายหันไปใช้เครื่องยนต์เทอร์โบขนาดเล็กมากขึ้น ขณะที่ Chevrolet ยังคงยืนหยัดในพละกำลังและความทนทานของเครื่องยนต์ V8 สำหรับลูกค้ากลุ่มรถกระบะโดยเฉพาะ
งานออกแบบภายนอก Silverado ใหม่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของรถกระบะอเมริกันพันธุ์แท้เอาไว้อย่างครบถ้วน แต่ได้เพิ่มความดุดันและทันสมัยมากขึ้น กระจังหน้าถูกออกแบบให้ตั้งตรงกว่าเดิม พร้อมไฟ LED Signature ลายใหม่ ซุ้มล้อขนาดใหญ่ขึ้น และรายละเอียดกระจังหน้าเฉพาะแต่ละรุ่นย่อย เพื่อสร้างบุคลิกที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
Chevrolet ยังปรับโครงสร้างรุ่นย่อยใหม่ โดยยกเลิกรุ่น LT เดิม และใช้ชื่อ “Silverado” เป็นรุ่นกลางแทน ทำให้ไลน์อัพประกอบด้วย Work Truck / Custom / Custom Trail Boss / Silverado / Trail Boss / ZR2 และ High Country ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การใช้งานเชิงพาณิชย์ตามแบบฉบับกระบะมะกันไปจนถึงกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม
ภายในห้องโดยสารได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ หน้าจอกลางระบบ Infotainment ขนาด 16.3 นิ้ว และมาตรวัด Full Digital ขนาด 12.2 นิ้ว กลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย ส่วนรุ่น ZR2 และ High Country เพิ่มหน้าจอสำหรับผู้โดยสารด้านหน้า ขนาด 11.5 นิ้ว พร้อม Head-Up Display และกระจกมองหลัง Digital เสริมด้วยแท่นชาร์จไร้สายคู่ คอนโซลกลาง Multi-Flex รุ่นใหม่ และระบบเชื่อมต่อที่ทันสมัยกว่าเดิม
ขุมพลังใหม่ประกอบด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 ความจุ 5.7 ลิตร และ 6.6 ลิตร แบบไร้ระบบอัดอากาศ ซึ่งเข้ามาแทนที่เครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.3 ลิตร และ 6.2 ลิตร ดั้งเดิม โดยจะทำตลาดควบคู่กับเครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตร TurboMax และดีเซล 3.0 ลิตร Duramax ที่ได้รับการปรับปรุงต่อเนื่อง Chevrolet ระบุว่าเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.6 ลิตร ใหม่ จะมีกำลังสูงที่สุดในกลุ่มที่ใช้เครื่องยนต์ V8 ไร้ระบบอัดอากาศ แม้ว่าจะยังไม่เปิดเผยตัวเลขกำลังและแรงบิดอย่างเป็นทางการก็ตาม
Mark Dickens หัวหน้าวิศวกรโครงการของ Silverado เคลมว่าเครื่องยนต์ทั้ง 2 บล็อกผ่านการทดสอบอย่างเข้มข้นในทุกสภาพการใช้งาน ตั้งแต่การลากจูงหนักไปจนถึงการใช้งานประจำวัน เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถตอบโจทย์ด้านความทนทาน ความสามารถในการบรรทุก และความน่าเชื่อถือที่ลูกค้า Silverado คาดหวังมาโดยตลอด

สำหรับสายลุยรุ่นย่อย ZR2 ใหม่ถูกพัฒนาให้เป็นรุ่นที่มีความสามารถออฟโรดสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของชื่อ ZR2 ด้วยยาง Mud-Terrain ขนาด 35 นิ้ว ช่วงล่างยกสูงเพิ่ม 2 นิ้ว เฟืองล็อกไฟฟ้าทั้งหน้าและหลัง รวมถึงโช้กอัพ Multimatic DSSV ขณะที่รุ่น ZR2 Bison ซึ่งพัฒนาร่วมกับ American Expedition Vehicles (AEV) ยังกลับมาพร้อมกันชนเฉพาะทาง แผ่นกันกระแทกใต้ท้องรถ และอุปกรณ์ลุยทางสมบุกสมบันเพิ่มเติม
ขณะที่รุ่น High Country ยังคงเน้นความหรูหราเต็มพิกัด ด้วยล้ออัลลอยขนาด 22 นิ้ว หลังคากระจก Panoramic Sunroof วัสดุตกแต่งไม้แท้ หนังและวัสดุสัมผัสนุ่มคุณภาพสูง รวมถึงรายละเอียดพิเศษอย่างเข็มขัดนิรภัยขอบสีน้ำตาล ช่วยยกระดับ Silverado ให้สามารถตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการทั้งความสามารถแบบรถกระบะและความสะดวกสบายระดับรถ SUV หรูได้ในคันเดียว โดย Chevrolet เตรียมประกาศรายละเอียดด้านสมรรถนะ การลากจูง ราคา และกำหนดการจำหน่ายอย่างเป็นทางการอีกครั้งก่อนเริ่มทำตลาดภายในปีนี้
