เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2026 Porsche ได้ทำการอัพเกรด Porsche Taycan MY2027 โดยเพิ่มระบบ E-Shift ที่จำลองการเปลี่ยนเกียร์เสมือนจริง พร้อมเสียง Porsche Electric Sport Sound เวอร์ชั่นใหม่ เพื่อเพิ่มอรรถรสในการขับขี่ให้ใกล้เคียงรถสปอร์ตเครื่องยนต์สันดาปมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบ Infotainment เจเนอเรชันใหม่ที่รองรับการสั่งงานด้วย AI การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนที่ดียิ่งขึ้น และการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่าน OTA
Kevin Giek หัวหน้าสายผลิตภัณฑ์ Taycan กล่าวว่า “การปรับปรุงครั้งนี้ช่วยยกระดับ Taycan ในทุกด้านที่สำคัญ ทั้งประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าอารมณ์มากขึ้น และการใช้งานระบบต่างๆ ที่ง่ายและปรับแต่งได้มากกว่าเดิม”
ไฮไลต์สำคัญคือระบบ E-Shift ที่สามารถเลือกติดตั้งใน Taycan ทุกรุ่น โดย Porsche ต้องการสร้างอารมณ์การขับขี่คล้ายกับรถสปอร์ตเครื่องยนต์สันดาป ผู้ขับสามารถใช้ Paddle Shift บนพวงมาลัย GT-Sport เพื่อเปลี่ยนเกียร์เสมือนได้ถึง 8 จังหวะ พร้อมแรงกระตุกขณะเปลี่ยนเกียร์ แรงหน่วงคล้าย Engine Brake และระบบจำกัดรอบเครื่องยนต์เสมือนจริง เพิ่มความสนุกและความมีส่วนร่วมระหว่างคนขับกับรถ
ระบบดังกล่าวทำงานร่วมกับ Porsche Electric Sport Sound เวอร์ชันใหม่ ซึ่งปรับเสียงภายในและภายนอกตัวรถตามภาระการทำงานและรอบมอเตอร์เสมือนจริง ทำให้ผู้ขับรับรู้ถึงการเร่งความเร็วได้ทั้งผ่านเสียง การมองเห็น และความรู้สึกจากตัวรถ เสริมด้วยมาตรวัดรอบเสมือนและไฟ Shift Light บนหน้าจอเรือนไมล์
สำหรับ Taycan Turbo GT ถือเป็นรุ่นเดียวที่ติดตั้ง E-Shift มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน โดย Porsche ระบุว่าแต่ละรุ่นจะมีการปรับจูนเสียงและลักษณะการตอบสนองของระบบเปลี่ยนเกียร์เสมือนให้แตกต่างกัน เพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละรุ่นย่อย
อีกหนึ่งไฮไลท์คือการเปิดตัวชุดแต่งจากสำนักคู่บุญอย่าง Manthey สำหรับ Taycan Turbo GT with Weissach Package ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ Porsche นำแพ็กเกจสมรรถนะจาก Manthey Racing มาสู่รถยนต์ไฟฟ้า และยังเป็นครั้งแรกที่ลูกค้าสามารถสั่งติดตั้งจากโรงงานได้โดยตรง ไม่จำเป็นต้องนำรถไปติดตั้งภายหลังเหมือนในอดีต
ชุดแต่ง Manthey ประกอบด้วยการปรับปรุงด้านอากาศพลศาสตร์ ช่วงล่าง และระบบส่งกำลัง ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ในสนามแข่งอย่างมีนัยสำคัญ โดยล่าสุดนักขับทดสอบ Lars Kern สามารถพา Taycan Turbo GT พร้อม Manthey Kit ทำเวลาต่อรอบสนาม Nürburgring Nordschleife ได้ถึง 6 นาที 55.533 วินาที ซึ่งเป็นสถิติใหม่ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าขนาด Executive Car
ภายในห้องโดยสาร Porsche ยังติดตั้งระบบ Porsche Communication Management (PCM) เจเนอเรชั่นใหม่ ที่มีพลังประมวลผลมากกว่าระบบเดิมถึง 5 เท่า ทำให้ตอบสนองรวดเร็วขึ้น พร้อมอินเทอร์เฟซใหม่ภายใต้แนวคิด Porsche Digital Interaction ที่เน้นความเรียบง่าย ทันสมัย และใช้งานได้คล้ายสมาร์ตโฟน
หน้าจอกลางสามารถแสดงโมเดลรถ 3 มิติสีเดียวกับรถจริงของลูกค้า พร้อมควบคุมฟังก์ชันสำคัญต่าง ๆ ผ่านภาพรถโดยตรง นอกจากนี้ยังรองรับ Widget แบบปรับแต่งได้อิสระ แสดงข้อมูลนำทาง สื่อบันเทิง โทรศัพท์ หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ ตามความต้องการของผู้ใช้
Porsche ยังเพิ่มการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมแท่นชาร์จสมาร์ตโฟนแบบไร้สาย MagSafe รองรับกำลังชาร์จสูงสุด 25 วัตต์ รวมถึงฟังก์ชั่นที่สามารถปรับธีมสีของหน้าจอและไฟ Ambient Light ให้สอดคล้องกับสีตัวถังรถ สร้างประสบการณ์เฉพาะตัวมากขึ้น
ที่มา: Carscoops
