CATL ผู้ผลิตแบตเตอรี่ขับเคลื่อนแรงดันสูงสำหรับรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดของโลก รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2026 ที่ประมาณ 3,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1 แสนล้านบาท สูงกว่ากำไรรวมของผู้ผลิตรถยนต์จีนรายใหญ่ถึง 7 ราย สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ที่มูลค่าทางธุรกิจเริ่มไหลไปสู่ผู้ครองเทคโนโลยีแบตเตอรี่มากขึ้น

จุดน่าสนใจคือ CATL อยู่ในฐานะผู้ผลิตชิ้นส่วนรายใหญ่ แต่สามารถสร้างผลกำไรได้เหนือกว่าผู้ผลิตรถยนต์ซึ่งเป็นลูกค้าของตนเองหลายราย ถึงขั้นว่ากำไรรวมของค่ายรถยนต์จากจีนด้วยกันเองทั้ง 7 รายยังต่ำกว่า CATL เกือบ 500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และไม่มีรายใดทำกำไรได้ถึงหนึ่งในสี่ของ CATL

 

ปัจจัยสำคัญมาจากการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในตลาดรถยนต์จีน ผู้ผลิตรถยนต์ต้องลดราคา เพิ่มอุปกรณ์ และเร่งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อรักษายอดขาย ขณะที่ CATL ยังคงได้เปรียบจากขนาดการผลิต ฐานลูกค้าที่กว้าง และบทบาทของแบตเตอรี่ในฐานะชิ้นส่วนสำคัญที่สุดของรถยนต์ไฟฟ้า

ไตรมาสแรกปี 2026 CATL ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในจีนเกือบครึ่งหนึ่ง และยังเพิ่มส่วนแบ่งได้เมื่อเทียบกับปี 2025 แม้ตลาดจะเริ่มได้รับผลกระทบจากการทยอยลดมาตรการสนับสนุนรถยนต์พลังงานใหม่ของภาครัฐในบางพื้นที่ บริษัทไม่ได้พึ่งพาตลาดจีนเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นผู้จัดหาแบตเตอรี่ให้ทั้งผู้ผลิตรถจีนและแบรนด์ระดับโลก

 

เมื่อเทียบกับ Toyota ซึ่งมียอดจำหน่ายรถยนต์ทั่วโลกราว 10 ล้านคันต่อปี Toyota มีกำไรจากการดำเนินงานในช่วงเวลาเดียวกันราว 3,800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สูงกว่า CATL เพียงประมาณ 800 ล้านเหรียญสหรัฐฯเท่านั้น โดยกำไรของ Toyota ลดลง 49% จากปีก่อนหน้า จากผลกระทบของภาษีนำเข้าสหรัฐฯ และการแข่งขันจากค่ายรถจีนที่รุนแรงขึ้น

แม้การเปรียบเทียบตัวเลขต้องพิจารณาอย่างระมัดระวัง เพราะ CATL รายงานกำไรสุทธิ ขณะที่ Toyota เป็นกำไรจากการดำเนินงาน แต่ภาพรวมก็ชัดเจนว่า CATL ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตชิ้นส่วนอีกต่อไป หากยังรักษาความได้เปรียบด้านต้นทุน เทคโนโลยี และกำลังการผลิตได้ แบตเตอรี่อาจกลายเป็นศูนย์กลางใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์โลกอย่างเต็มตัว

ที่มา: Autoblog