Porsche ได้เผยแผนฟื้นฟูธุรกิจภายใต้ชื่อ Strategy 2035 ในการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อฟื้นฟูกำไรให้กลับมาอยู่ในตัวเลขที่เหล่านักลงทุนยิ้มได้แบบเดิม หลังผลประกอบการปีที่ผ่านมาได้รับแรงกดดันจากปัจจัยต่างๆ จนกำไรรูปแบบ Operating Profit Margin ลดลงเหลือเพียง 1.1% จากต้นทุนการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า การแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในจีน และความซับซ้อนของผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
Michael Leiters CEO คนใหม่ของ Porsche ซึ่งเข้ารับตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 ที่ผ่านมาได้ระบุว่า แผนดังกล่าวไม่ได้มุ่งเน้นการเร่งยอดขายให้สูงที่สุด แต่จะให้ความสำคัญกับความสามารถในการทำกำไรอย่างยั่งยืน ความแข็งแกร่งขององค์กร และการสร้างรถยนต์ที่ลูกค้าต้องการซื้อจริง มากกว่าการเพิ่มยอดขายด้วยการขยายรุ่นย่อยจำนวนมาก
Strategy 2035 แบ่งออกเป็น 3 เสาหลัก ได้แก่ Brand and Customer, Products and Technology และ Company and Operations โดย Porsche ต้องการลดความซับซ้อนในการดำเนินงาน ลดจำนวนรุ่นย่อย และจัดลำดับความสำคัญของโครงการใหม่ เพื่อให้ทรัพยากรถูกใช้กับผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าและรักษาเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้ชัดเจนกว่าเดิม
เสาหลักแรกคือการกลับไปเน้นคุณค่าที่ทำให้ Porsche เป็น Porsche ได้แก่ รถสปอร์ตที่เน้นสมรรถนะ และมอบความสนุกในการขับขี่ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดย Leiters ย้ำว่าบริษัทจะไม่ไล่ล่ายอดขายเชิงปริมาณเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการให้ลูกค้าเลือกซื้อ Porsche เพราะต้องการตัวรถและประสบการณ์การขับขี่อันสืบทอดมาอย่างต่อเนื่องของแบรนด์อย่างแท้จริง
Porsche ยังต้องการฟื้นความหมายของคำว่า “Made in Germany” ให้กลับมาเป็นจุดแข็งด้านคุณภาพ ทางวิศวกรรม โดย Leiters มองว่าความสามารถในการรักษามาตรฐานดังกล่าวจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของบริษัทในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมต้องเผชิญแรงกดดันจากผู้ผลิตรายใหม่และการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า
ด้านผลิตภัณฑ์ Porsche ยอมรับว่าไลน์อัพในปัจจุบันมีความซับซ้อนเกินไป และจะเริ่มลดจำนวนรุ่นย่อยลง ตัวอย่างที่เกิดขึ้นแล้วในสหรัฐอเมริกา คือการยุติการทำตลาด Taycan Sport Turismo และ Taycan Cross Turismo ขณะเดียวกัน Porsche ยังคงยืนยันว่าจะทำตลาดทั้งรถเครื่องยนต์สันดาป Hybrid และรถยนต์ไฟฟ้าไปพร้อมกัน
Porsche 911 ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของแผนยุทธศาสตร์ โดย Leiters ยืนยันว่า 911 จะไม่มีเวอร์ชันไฟฟ้าล้วนในอนาคตอันใกล้ แต่จะพัฒนาเทคโนโลยี Hybrid สมรรถนะสูงต่อไป หลังเริ่มใช้ระบบดังกล่าวใน 911 Carrera GTS และขยายไปยัง 911 Turbo เพื่อรักษาเอกลักษณ์ของรถสปอร์ตเครื่องยนต์วางท้ายเอาไว้
ในทางกลับกัน Porsche มองว่า Cayenne Electric จะเป็นโมเดลสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์รถยนต์ไฟฟ้าของแบรนด์ และอาจเป็นตัวชี้วัดว่าบริษัทสามารถถ่ายทอด DNA ด้านสมรรถนะไปยังรถยนต์ไฟฟ้าได้มากน้อยเพียงใด ขณะที่ยังไม่มีการกล่าวถึงกำหนดการของ Boxster และ Cayman พลังงานไฟฟ้า ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกมองว่าใกล้พร้อมเปิดตัวแล้ว
เสาหลักสุดท้ายคือการปรับโครงสร้างองค์กร Porsche เตรียมใช้ชิ้นส่วนและงานวิศวกรรมร่วมกับ Volkswagen Group มากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดความซ้ำซ้อน และลดความซับซ้อนในกระบวนการทำงาน บริษัทกำลังหารือเกี่ยวกับการลดจำนวนพนักงานและมาตรการลดต้นทุนอื่น ๆ โดย Leiters ระบุว่ามาตรการที่ประกาศไปก่อนหน้านี้อาจยังไม่เพียงพอ
ที่มา: Carscoops
