Morgan เปิดตัว Midsummer Coupe รถสปอร์ต 2 ที่นั่งหลังคาแข็งรุ่นพิเศษ ซึ่งพัฒนาต่อยอดจาก Midsummer Barchetta เปิดประทุนที่เผยโฉมไปก่อนหน้าเมื่อปี 2024 โดยรุ่น Coupe จะผลิตจำนวนจำกัดเพียง 9 คัน และถูกจองครบทั้งหมดตั้งแต่ก่อนที่ทางค่ายจะเปิดเผยรายละเอียดอย่างเป็นทางการ

 

จุดเริ่มต้นของโครงการเกิดขึ้นจากลูกค้า Morgan รายหนึ่งที่ต้องการให้ Midsummer Barchetta ถูกพัฒนาเป็นรถ Coupe หลังคาแข็ง แต่แทนที่จะติดตั้งหลังคาเพิ่มเข้าไปบนตัวรถเดิม Morgan เลือกที่จะเริ่มต้นกระบวนการผลิตใหม่ทั้งหมด เพื่อออกแบบโครงสร้างและสัดส่วนตัวถังให้เหมาะกับบุคลิกของรถตัวถังแบบ Grand Touring มากขึ้น

 

Midsummer Coupe ยังคงเป็นผลงานออกแบบร่วมกับสำนัก Pininfarina เช่นเดียวกับ Barchetta รุ่นเดิม โดยเส้นหลังคาลาดต่อเนื่องไปยังด้านท้ายรถ ช่วยให้ตัวรถดูสมบูรณ์แบบและมีสัดส่วนที่ต่างจากรุ่นเปิดประทุนอย่างชัดเจน หลังคาส่วนใหญ่ใช้กระจก ช่วยเพิ่มแสงสว่างภายในห้องโดยสารและลดความรู้สึกทึบตันของรถหลังคาแข็ง

 

Morgan ระบุว่าหลังคาชิ้นใหม่ที่ช่วยเพิ่มความประณีตในการเดินทาง ป้องกันสภาพอากาศได้ดียิ่งขึ้น และทำให้รถมีความเหมาะสมกับการใช้งานแบบ Grand Touring มากกว่าเดิม ผู้ครอบครองจึงสามารถนำรถออกเดินทางได้ในสภาพอากาศที่หลากหลาย โดยไม่ต้องจำกัดการใช้งานเฉพาะวันที่อากาศดีเหมือนรถเปิดประทุน

 

ตัวรถยังคงเอกลักษณ์ของ Midsummer Barchetta ไว้หลายส่วน ทั้งด้านหน้ารถ ซุ้มล้อหน้าพร้อมช่องระบายอากาศที่ขึ้นรูปด้วยงาน handmade และเติมเต็มรายละเอียดด้วยวัสดุสเตนเลสขัดเงา มือเปิดประตูถูกซ่อนรวมไว้กับเส้นคาดตัวถังทำจากอะลูมิเนียม ขณะที่ล้อเป็นอัลลอย Forged ขนาด 19 นิ้วลาย Multi-spoke ออกแบบเฉพาะสำหรับรุ่น Coupe

 

การติดตั้งหลังคาไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มแผงตัวถัง แต่ต้องพัฒนาโครงสร้างรถใหม่อย่างมีนัยสำคัญ Morgan ใช้เสา A-pillar อะลูมิเนียมกลึงจากเครื่องรีด Billet และการยึดด้วยหมุด Rivet แบบฝังหัว เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของตัวถัง ถึงแม้น้ำหนักจะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย โดยหนักกว่า Morgan Supersport ที่ติดตั้งหลังคาแข็งเพียง 2.5%

 

ภายใต้ตัวถังอะลูมิเนียมที่ขึ้นรูปด้วยมือ ยังคงมีโครงสร้างไม้ตามธรรมเนียมของ Morgan ผสมกับงานวิศวกรรมสมัยใหม่ ภายในห้องโดยสาร 2 ที่นั่งใช้วัสดุหนัง ไม้ และอะลูมิเนียม พร้อมปรับรูปทรงหลังคาเพื่อเพิ่มพื้นที่ด้านหลังศีรษะ ผู้ซื้อทั้ง 9 รายสามารถเลือกวัสดุ สี และรายละเอียดเฉพาะรถของตนเองได้เต็มที่

 

ขุมพลังยังคงเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียง 3.0 ลิตร จาก BMW ถึงแม้ Morgan จะยังไม่เปิดเผยตัวเลขสมรรถนะหรือราคาจำหน่าย แต่คาดว่าราคาจะสูงกว่า Midsummer Barchetta ที่ผลิตจำนวนมากกว่าที่ 50 คัน และมีราคาเริ่มต้นราว 200,000 ปอนด์ หรือประมาณ 8,821,216 บาท

รถต้นแบบที่เปิดตัวครั้งนี้จะยังไม่ใช่หนึ่งในรถลูกค้าทั้ง 9 คัน โดย Morgan เตรียมนำไปจัดแสดงที่ Louwman Collection เมืองเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ ก่อนส่งมอบรถจริงให้กับเจ้าของตัวจริงในเวลาต่อไป

ที่มา: Carscoops