ท่ามกลางกระแสยอดขายที่เติบโตอย่างหยุดไม่อยู่ของค่ายรถยนต์ขุมพลังไฟฟ้าจากแดนมังกรเบอร์ต้นอย่าง BYD ที่ไม่ได้เพียงแต่มีความสนใจจากผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังต้องเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์และข้อกล่าวหาจากสื่อโซเชียลบนโลกออนไลน์อยู่เป็นระยะ ล่าสุด BYD ประสบความสำเร็จในการดำเนินคดีหมิ่นประมาทต่ออินฟลูเอนเซอร์สายยานยนต์หลายรายในประเทศจีน หลังศาลมีคำพิพากษาว่าข้อมูลที่เผยแพร่เป็นเท็จและสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของบริษัท
BYD เปิดเผยรายละเอียดผ่านบัญชีโซเชียล Weibo โดยฝ่ายกฎหมายบริษัทที่ระบุว่าผู้ถูกฟ้องหลายรายได้เผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ ยอดจำหน่ายรถยนต์ รวมถึงข้อมูลด้านการเงินของบริษัท ซึ่ง BYD ยืนยันว่าได้รวบรวมหลักฐานและดำเนินการทดสอบจริงอย่างเป็นระบบตลอดกระบวนการพิจารณาคดี เพื่อพิสูจน์ว่าข้อกล่าวหาที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์ไม่มีมูลความจริง
หนึ่งในคดีสำคัญคือช่อง Tiger Wolf Cars ซึ่งศาลตัดสินว่ามีการเผยแพร่ข้อความดูหมิ่นและหมิ่นประมาท BYD โดยสั่งให้เผยแพร่คำขอโทษต่อสาธารณะ พร้อมชดใช้ค่าเสียหายประมาณ 30,900 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 1 ล้านบาท) ขณะที่ช่อง Zhengren Talks Cars และ Solid-State Batteries Are Here ถูกสั่งให้จ่ายค่าเสียหายรายละประมาณ 14,700 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 489,201 บาท) พร้อมเผยแพร่คำชี้แจงแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง
นอกจากนี้ ช่อง 987 Crazy Dad ยังถูกตัดสินว่ามีความผิดจากการเผยแพร่ข้อมูลอ้างว่า BYD ใช้วัสดุคุณภาพต่ำในการผลิตรถยนต์จนส่งผลต่อคุณภาพสินค้า ศาลจึงมีคำสั่งให้ชำระค่าเสียหายประมาณ 12,500 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 415,931 บาท) และกล่าวคำขอโทษต่อสาธารณะ ส่วนช่อง Xiaoyu Doesn’t Understand Cars ซึ่งกล่าวหาว่า BYD มีพฤติกรรมไม่โปร่งใส ทั้งการปั่นยอดขายและบิดเบือนข้อมูลทางการเงิน ถูกสั่งให้จ่ายค่าเสียหายราว 8,100 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 269,523 บาท)
กรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า BYD มีจุดยืนที่ชัดเจนในการปกป้องชื่อเสียงขององค์กรและผลิตภัณฑ์ ผ่านการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อผู้เผยแพร่ข้อมูลเท็จ โดยเฉพาะในช่วงที่บริษัทกำลังขยายธุรกิจในตลาดโลกและเผชิญการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น ทั้งนี้ คำตัดสินของศาลเป็นการวินิจฉัยเฉพาะต่อข้อกล่าวหาที่อยู่ในแต่ละคดี และไม่ได้หมายความว่าคำวิจารณ์หรือความคิดเห็นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ BYD ทั้งหมดจะถือเป็นการหมิ่นประมาทเสมอไป หากเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตและมีข้อเท็จจริงรองรับก็ยังสามารถทำได้ตามกรอบของกฎหมาย
ที่มา: Autoblog
