Ferrari สร้างความฮือฮาให้กับวงการรถสปอร์ตอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวรถสปอร์ตทรง GT รุ่น 12Cilindri Manuale เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2026 ที่นำเกียร์ธรรมดาแบบ 3 แป้นเหยียบ และคันเกียร์แบบ Gated Shifter อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์กลับมาเป็นครั้งแรกในรอบ 14 ปี นับตั้งแต่การยุติการผลิต 599 GTB Fiorano เมื่อปี 2012 อย่างไรก็ตามถึงแม้หน้าตาจะเหมือนรถเกียร์ธรรมดาแบบดั้งเดิม แต่เทคโนโลยีเบื้องหลังกลับล้ำสมัยกว่าที่หลายคนคาดคิด
เนื่องจาก Ferrari ได้พัฒนาระบบเกียร์ขึ้นใหม่ที่เรียกว่า Manuale By-Wire ซึ่งใช้เซ็นเซอร์และระบบควบคุมอิเล็กทรอนิกส์จำลองประสบการณ์การขับขี่แบบเกียร์ธรรมดา โดยพื้นฐานของชุดส่งกำลังยังคงใช้เกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ (Dual-Clutch Transmission : DCT) 8 จังหวะ รุ่นเดียวกับ 12Cilindri เวอร์ชันปกติ ทำให้ยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะระดับสูงไว้ได้ครบถ้วน
ภายนอกและห้องโดยสารได้รับการตกแต่งให้แตกต่างจากรุ่นมาตรฐานอย่างชัดเจน จุดเด่นคือด้ามคันเกียร์อลูมิเนียมทรงกลม พร้อมแผงเกียร์แบบโลหะ (Gated Shifter) ลวดลาย 6 จังหวะ และแป้นเหยียบ 3 ชุดครบทั้งคลัตช์ เบรก และคันเร่ง Ferrari ยังปรับดีไซน์คอนโซลกลางและตำแหน่งการนั่งใหม่ เพื่อให้ผู้ขับรู้สึกเป็นธรรมชาติขณะเปลี่ยนเกียร์ เสริมด้วยรายละเอียดจากโปรแกรม Tailor Made เช่น ตราสัญลักษณ์สลักด้วยเลเซอร์ ลายคาดตัวถังที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก 365 GTB4 Daytona สีตัวถังเฉพาะรุ่น ล้ออัลลอย Forged และวัสดุตกแต่งภายในแบบพิเศษ
หัวใจสำคัญของรถคันนี้คือระบบเกียร์แบบ Manuale By-Wire ซึ่งไม่มีการเชื่อมต่อทางกลระหว่างแป้นคลัตช์ คันเกียร์ และชุดเกียร์เหมือนรถเกียร์ธรรมดาทั่วไป ทุกครั้งที่มีการกดคลัตช์และโยกคันเกียร์จะถูกแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้าผ่านเซ็นเซอร์ ก่อนส่งคำสั่งไปยังชุดควบคุมเกียร์ โดยทั้งระบบมีน้ำหนักเพียง 5 กิโลกรัม ใช้เหล็กชุบไนไตรด์ในจุดที่ต้องการความทนทาน และใช้อะลูมิเนียมเพื่อลดน้ำหนักโดยรวม
Ferrari ระบุว่าได้พัฒนากลไกและซอฟต์แวร์เป็นพิเศษ เพื่อให้แรงต้านของคลัตช์และคันเกียร์ รวมถึงจังหวะการเข้าเกียร์ การปลดเกียร์ และการซิงโครไนซ์ มอบความรู้สึกในการใช้งานใกล้เคียงเกียร์ธรรมดาจริงมากที่สุด ผู้ขับจึงสัมผัสแรงตอบสนองที่สมจริง ไม่ใช่เพียงการกดสวิตช์หรือโยกคันเกียร์แบบระบบจำลองทั่วไป
ที่น่าสนใจคือ Ferrari ตั้งใจให้ระบบนี้มีข้อผิดพลาดแบบเดียวกับรถเกียร์ธรรมดา หากผู้ขับปล่อยคลัตช์ไม่สัมพันธ์กับคันเร่ง รถสามารถเกิดอาการกระตุกขณะออกตัว หรือแม้แต่ เครื่องยนต์ดับ (Stall) ได้เหมือนรถเกียร์ธรรมดาจริง นอกจากนี้ ระบบยังป้องกันการเชนจ์เกียร์ลงต่ำเกินกว่ารอบเครื่องยนต์จะรับได้ เพื่อป้องกันความเสียหายต่อเครื่องยนต์
ถึงแม้จะมอบประสบการณ์แบบเกียร์ธรรมดา แต่ระบบยังคงมีข้อได้เปรียบของเกียร์อัตโนมัติอยู่ครบถ้วน โดยผู้ขับสามารถเลือกให้รถทำงานในโหมดอัตโนมัติได้ทันที ขณะที่แผงเกียร์แบบ Gated Shifter มีเพียง 6 จังหวะ เท่านั้น เมื่อความเร็วสูงขึ้น ระบบจะเปลี่ยนไปใช้เกียร์ 7 และ 8 โดยอัตโนมัติ รวมถึงในขณะใช้ Launch Control รถจะควบคุมการออกตัวเองทั้งหมด ส่วนโหมดเกียร์ธรรมดาจะทำงานเมื่อความเร็วต่ำกว่า 97 กม./ชม.
ขุมพลังยังคงเป็นเครื่องยนต์เบนซิน V12 ความจุ 6.5 ลิตร ไร้ระบบอัดอากาศให้กำลังสูงสุด 830 แรงม้า (PS) และแรงบิดสูงสุด 678 นิวตัน-เมตร พร้อมรอบเครื่องยนต์สูงสุดถึง 9,500 รอบ/นาที ซึ่งเป็นตัวเลขเดียวกับรุ่นมาตรฐาน ส่งผลให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 2.9 วินาที 0-200 กม./ชม. ต่ำกว่า 7.9 วินาที และความเร็วสูงสุดมากกว่า 340 กม./ชม.
Ferrari จะผลิต 12Cilindri Manuale เพียง 1,499 คัน โดยลูกค้าทุกคนต้องสั่งรถผ่านโปรแกรม Tailor Made เพื่อให้แต่ละคันมีรายละเอียดแตกต่างกันตามรสนิยมของเจ้าของ ราคาเริ่มต้นในยุโรปอยู่ที่ 590,000 ยูโร หรือราว 22.5 ล้านบาท (ไม่รวมภาษีนำเข้า) สูงกว่ารุ่นมาตรฐานเกือบ 200,000 ยูโร และจะเริ่มส่งมอบจะเริ่มในช่วงต้นปี 2027 ซึ่ง Ferrari ได้บอกอีกว่ารถทั้งหมดได้ถูกจับจองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ที่มา: Carscoops
