นับว่าเป็นความเคลื่อนไหวที่ไม่ค่อยจะคุ้นหูเท่าไหร่นัก เมื่อ BYD เตรียมถอด Sealion 07 EV ออกจากตลาดจีนบ้านเกิด ซึ่งทำตลาดในต่างประเทศภายใต้ชื่อ Sealion 7 เพื่อปรับกลยุทธ์มุ่งเน้นการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า หลังมียอดจำหน่ายสะสมทั่วโลกมากกว่า 215,000 คัน โดยสายการผลิตของ Sealion 07 ในประเทศจีนได้เปลี่ยนจากการผลิตเพื่อความต้องการภายในประเทศเป็นการผลิตเพื่อส่งออกผ่านท่าเรือเป็นหลัก ขณะที่ตัวรถถูกถอดออกจากแอปพลิเคชันสั่งซื้อรถยนต์อย่างเป็นทางการของ BYD China แล้ว และตัวแทนจำหน่ายกำลังทยอยระบายสต๊อกรถที่เหลืออยู่
Sealion 07 EV พัฒนาบนแพลตฟอร์ม e-Platform 3.0 Evo พร้อมโครงสร้าง Cell-to-Body (CTB) และแบตเตอรี่ Blade Battery แบบลิเธียมไอรอนฟอสเฟต (LFP) เจเนอเรชันแรก อย่างไรก็ตาม BYD มีแผนทยอยเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีรุ่นใหม่ในรถรุ่นถัดไป เช่น Sealion 08 ขณะที่การปรับสายการผลิตครั้งนี้ส่งผลกระทบไปถึงรุ่น Tang L ซึ่งยุติการประกอบเพื่อจำหน่ายในประเทศไปก่อนหน้าตั้งแต่เดือนเมษายน 2026
การถอนตัวจากตลาดจีนสะท้อนการปรับโครงสร้างไลน์อัพรถตระกูล Ocean Series หลังจากที่ผู้บริโภคในประเทศหันไปเลือกซื้อรถยนต์ขุมพลัง Plug-in Hybrid (PHEV) มากกว่ารุ่นไฟฟ้าล้วน ส่งผลให้ Sealion 07 EV มียอดจดทะเบียนเพียง 100-300 คันต่อเดือน ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับรถรุ่นอื่นในกลุ่มเดียวกัน
แนวโน้มดังกล่าวสอดคล้องกับการปรับพอร์ตผลิตภัณฑ์ของ BYD ที่ก่อนหน้านี้ได้ยุติการจำหน่าย Sealion 6 ในตลาดจีนเพื่อหันไปเน้นการส่งออกเช่นเดียวกัน ขณะที่ Sealion 06 DM-i ซึ่งเป็นรุ่นไฮบริดกลับได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดส่งมอบ 18,856 คัน ในเดือนพฤษภาคม 2026 และมีส่วนแบ่งยอดขายภายในแบรนด์ 13.1% ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา
ถึงแม้ยอดขายในจีนจะลดลง แต่ตลาดต่างประเทศกลับเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยในเดือนมิถุนายน 2026 BYD ส่งออกรถ Sealion 7 ได้ถึง 12,636 คัน ทำให้ยอดส่งมอบรถยนต์ในต่างประเทศของบริษัทแตะ 174,897 คัน ในเดือนเดียวกัน ขณะที่รถตระกูล Sealion ทุกรุ่นมียอดขายรวมทั่วโลก 47,624 คัน ในเดือนมิถุนายน และมียอดสะสมตั้งแต่ต้นปีเป็น 178,358 คัน
ตลาดออสเตรเลียยังคงเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของ Sealion 7 โดยรุ่นพวงมาลัยขวาทำยอดส่งมอบได้ 4,730 คัน ในเดือนมิถุนายน 2026 ส่งผลให้ยอดสะสมตั้งแต่เริ่มทำตลาดในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 สูงกว่า 25,000 คัน นอกจากนี้ รถรุ่นดังกล่าวยังมียอดขาย 5,680 คัน ในฮ่องกงระหว่างปี 2025 ครองอันดับหนึ่งของตลาดรถยนต์รายรุ่น และล่าสุด BYD ยังได้ขยายการทำตลาด Sealion 7 ไปยังประเทศแอฟริกาใต้อีกด้วย
การปรับบทบาทของ Sealion 7 ไปสู่การเป็นรถเพื่อการส่งออกโดยเฉพาะ ยังช่วยให้ BYD ใช้กำลังการผลิตของโรงงานและเทคโนโลยี Cell-to-Body ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมลดผลกระทบจากการแข่งขันด้านราคาในตลาดจีน ซึ่งมีความรุนแรงสูง โดยรถที่มีราคาในจีนราว 200,000 หยวน สามารถจำหน่ายในตลาดยุโรปได้ในช่วง 58,900-73,600 เหรียญสหรัฐฯ ทำให้บริษัทมีโอกาสสร้างกำไรต่อคันได้สูงกว่าการจำหน่ายภายในประเทศ
ที่มา: Carnewschina
