เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2026 Mercedes-Maybach เปิดตัวรถ SUV รุ่นปรับโฉมเพิ่มความสดใหม่โดยเริ่มจากด้านหน้าที่ปรับมาใช้กระจังหน้าตกแต่งด้วยโครเมี่ยมอย่างเต็มพิกัด โดยยังคงใช้เส้นกระจังแนวตั้งแบบเดียวกับรถในแบรนด์ Mercedes-Maybach รุ่นอื่นๆ พร้อมเพิ่มลวดลายเฉพาะของ Maybach ที่ช่องรับอากาศ ส่วนด้านท้ายได้รับการออกแบบฝาท้ายใหม่ พร้อมไฟท้ายลวดลายดาวโครเมียม เพื่อให้ความหรูหรายังคงโดดเด่นแม้ในยามค่ำคืน

 

กรอบกระจังหน้าและโลโก้ Maybach ยังสามารถเรืองแสงได้อีกด้วย โดยลูกค้าที่ต้องการความโดดเด่นยิ่งขึ้นสามารถเลือกติดตั้งตราดาว Mercedes บนฝากระโปรงแบบมีไฟส่องได้ ขณะที่ภายในชุดไฟหน้าตกแต่งด้วยรายละเอียดสีโรสโกลด์ เช่นเดียวกับไฟ Daytime running light รูปดาว

 

ล้ออัลลอยขนาดมาตรฐานมีขนาด 22 นิ้ว แต่ลูกค้าสามารถเลือกอัปเกรดเป็นล้อแบบ Forged ขนาด 23 นิ้วเคลือบโครเมียมได้ โดยล้อขนาด 23 จะมาพร้อมฝาครอบดุมล้อโลโก้ดาว Mercedes แบบไจโรสโคป ซึ่งโลโก้จะตั้งตรงอยู่เสมอแม้ขณะที่ล้อกำลังหมุน หากใครไม่ชอบงานโครเมียมมากนัก ยังสามารถเลือกแพ็กเกจ Night Series Design Package และ Exterior Design Package ที่เปลี่ยนชิ้นส่วนโครเมียมเป็นโครเมียมสีเข้ม เพิ่มบันไดข้างอะลูมิเนียมอโนไดซ์สีดำ และล้อสีเข้มขนาดใหญ่แทนได้

 

ไฮไลต์สำคัญของ GLS 680 ใหม่อยู่ที่ห้องโดยสาร ตัวรถติดตั้งระบบ Infotainment จาก MBUX รุ่นล่าสุดพร้อมหน้าจอ Superscreen ซึ่งรวมหน้าจอขนาด 12.3 นิ้วจำนวน 3 จอไว้ภายใต้กระจกแผ่นเดียว นอกจากนี้ ผู้โดยสารตอนหลังยังสามารถรับชมความบันเทิงได้อย่างเต็มเปี่ยมตลอดการการเดินทางด้วยหน้าจอขนาด 11.6 นิ้วอีก 2 จอ

เบาะนั่งหุ้มหนัง Nappa รุ่นใหม่ มีให้เลือกทั้งสีน้ำตาลมาดเข้ม Beech Brown และสีเบจโทนสว่าง Macchiato Beige ส่วนผู้โดยสารแถวที่สองระดับ VIP ก็สามารถจิบแชมเปญได้อย่างสะดวก เพราะมีตู้แช่ด้านหลังมีที่วางขวดแชมเปญได้ 2 ตำแหน่ง นอกจากนี้ Maybach ยังได้เพิ่มวัสดุซับเสียงใหม่บริเวณผนังกั้นห้องเครื่องและอุโมงค์เกียร์ เพื่อลดเสียงรบกวนที่อาจเล็ดลอดเข้าสู่ห้องโดยสาร ขณะที่สุนทรีย์ตลอดการเดินทางยังถุกเติมเต็มด้วยชุดเครื่องเสียง Burmester Surround Sound พร้อมลำโพง 15 ตัว และ Amplifier กำลังขับ 710 วัตต์ ถูกติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

 

ภายใต้ฝากระโปรงเป็นเครื่องยนต์ V8 แบบ Flat-Plane Crank บล๊อคใหม่ของ Mercedes-Benz ที่มาพร้อมกับความจุกระบอกสูบ 4.0 ลิตร พร้อมด้วยระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบชาร์จเจอร์คู่ ให้กำลังสูงสุด 603 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 850 นิวตัน-เมตร ทำงานร่วมกับระบบ Mild Hybrid 48 โวลต์ ที่ใช้มอเตอร์สตาร์ท/เจเนอเรเตอร์แบบ 2-in1 ที่ช่วยเพิ่มกำลังอีก 23 แรงม้า และยังติดตั้งเพลาถ่วงสมดุล (Balance Shafts) เพื่อลดแรงสั่นสะเทือน ส่งผลให้เดินเรียบและเงียบขึ้น พร้อมสมรรถนะที่เหนือกว่าเดิม ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะไปยังล้อทั้งสี่

 

นอกจากเครื่องยนต์ใหม่แล้ว GLS 680 ยังได้รับการปรับปรุงระบบพวงมาลัยเพื่อเพิ่มความคล่องตัวและความแม่นยำ รวมถึงระบบกันสะเทือนแบบถุงลมที่ได้รับการพัฒนาใหม่ ลูกค้ายังสามารถเลือกติดตั้งระบบ E-Active Body Control ซึ่งจะตรวจสอบและปรับแรงสปริงและโช้กอัพของแต่ละล้อได้ต่อเนื่องสูงสุด 1,000 ครั้งต่อวินาที ระบบจะสแกนพื้นผิวถนนและเตรียมการทำงานของโช้กก่อนที่ล้อจะสัมผัสพื้นผิวจริง ขณะที่โหมดออฟโรดสามารถทำให้ตัวรถสามารถเพิ่มความสูงได้ชั่วขณะเพื่อช่วยให้หลุดจากสภาพเส้นทางที่ติดหล่มหรือขรุขระได้ นอกจากนี้ยังมีโหมดที่ทำให้ตัวรถเอียงเข้าหาโค้งได้สูงสุด 3 องศา เพื่อเพิ่มความนุ่มนวลและเสถียรภาพในการเข้าโค้ง

Mercedes-Maybach ยังไม่ได้ประกาศราคาจำหน่ายของ GLS 680 ในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นคู่แข่งโดยตรงของ Bentley Bentayga แต่คาดว่าราคาจะเริ่มต้นสูงกว่า GLS 600 รุ่นเดิมที่มีราคาเริ่มต้น 180,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 6,066,897 บาท โดยแบรนด์ยืนยันว่าตัวรถจะเริ่มวางจำหน่ายก่อนสิ้นปี 2026 และจะผลิตที่โรงงานในเมืองทัสคาลูซา รัฐแอละแบมา สหรัฐอเมริกา ทำให้มันเป็นหนึ่งใน SUV ที่หรูหราที่สุดเท่าที่เคยผลิตจากโรงงานของ Mercedes ในอเมริกา

ที่มา: Carscoops