เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2026 Genesis ได้เปิดตัว GV90 รถ SUV ความยาวกว่า 5.3 เมตร ขุมพลังไฟฟ้าล้วนหรูที่มาพร้อมประตูหลังเปิด-ปิด แบบ Coach Doors และเบาะนั่งที่สามารถปรับหมุนได้ และห้องโดยสารที่เน้นความหรูหราขั้นสุด พร้อมที่จะยกระดับแบรนด์ให้ด้าวไปอีกขั้น 

ด้านการออกแบบภายนอก GV90 ใช้แนวทางการออกแบบแบบมินิมอลและได้แรงบันดาลใจจาก Moon Jar หรือเครื่องปั้นดินเผารูปทรงพระจันทร์ของเกาหลี ซึ่งสื่อถึงความงดงามแบบเรียบง่ายและการออกแบบที่ลดองค์ประกอบส่วนเกินเพื่อเน้นความสวยงามของรูปทรง โดยด้านหน้าติดตั้งไฟหน้า Wing Face Micro Lens Array (MLA) พร้อมดีไซน์ Two-Line ที่ใช้เทคนิค Laser Engraving ผสานชุดไฟเข้ากับตัวถังอย่างกลมกลืน ขณะที่กันชนล่างตกแต่งด้วยกระจังหน้าโครเมียมลาย G-Matrix แบบ 3 มิติ 2 ชั้น พร้อมซุ้มล้อขนาดใหญ่และล้ออัลลอย Forged ขนาด 24 นิ้ว สร้างภาพลักษณ์ที่สง่างามและทรงพลังในแบบ SUV เรือธง

 

สำหรับรุ่นท็อปอย่าง GV90 Neolun มาพร้อมไฮไลท์อย่าง “Neolun Arch Gate” หรือประตูแบบ Coach Doors ซึ่งไม่มีเสากลาง B-Pillar ให้เห็นแบบรถทั่วไป แนวคิดดังกล่าวมักพบในรถต้นแบบและมักถูกตัดออกก่อนเข้าสู่สายการผลิต เนื่องจากข้อจำกัดด้านโครงสร้างและมาตรฐานความปลอดภัย แต่ Genesis สามารถนำระบบนี้มาใช้งานจริงกับ GV90 เวอร์ชั่นจำหน่ายจริงได้

โครงสร้างห้องโดยสารยังได้รับการเสริมความแข็งแรงด้วยโครงสร้างแบบโรลเคจที่ซ่อนอยู่ภายใน โดยใช้เฟรมที่มีความหนามากกว่ารถทั่วไปประมาณ 1.5 เท่า พร้อมท่อเหล็กกำลังสูงและโฟมโครงสร้างที่รวมเป็นส่วนหนึ่งของตัวถัง ช่วยปกป้องผู้โดยสารและทำให้ GV90 Neolun สามารถทำผลงานด้านความปลอดภัยจากการชนได้ในระดับใกล้เคียงกับรถที่มีเสากลาง B-Pillar แบบปกติ

 

Genesis มีสีตัวถังให้เลือกถึง 16 สี แบ่งเป็นสีเงา 13 สี เช่น สีเบจ Seychelles Beige สีเขียว Baena Green สีน้ำเงิน Sonoran Navy สีเทา Taupo Gray สีแดง Jaipur Rose สีแดงอมม่วง Vela Burgundy สีฟ้า Como Blue สีขาว Uyuni White สีเงิน Saville Silver สีเทา Makalu Gray สีดำ Vik Black สีน้ำเงิน Capri Blue และสีเขียว Cardiff Green รวมถึงสีด้าน 3 สี ได้แก่ สีเงิน Monashee Silver สีขาว Matterhorn White และสีเทา Makalu Gray Matte

 

ภายในติดตั้งหน้าจอ OLED แบบ Pop-up ขนาด 23.6 นิ้ว ซึ่งสามารถขยายเป็น 24.6 นิ้วเมื่อรถจอดอยู่ พร้อม Head-up Display ขนาด 25 นิ้วที่ทำหน้าที่แทนชุดมาตรวัดแบบดั้งเดิม รวมถึงปุ่มควบคุมแบบคริสตัลแก้ว ช่องปรับอากาศแบบไฟฟ้า และเบาะนั่งที่มีถุงลม 15 จุด พร้อมฟังก์ชันนวดและระบบสั่นตามจังหวะ

Genesis ยังให้ความสำคัญกับความเงียบภายในห้องโดยสารด้วยกระจก Acoustic Glass ที่มีความหนามากกว่า 19 นิ้วในทุกบาน ตั้งแต่กระจกบังลม หลังคากระจก ไปจนถึงประตูท้าย พร้อมลดเสียงและแรงสั่นสะเทือนจากตัวถังด้วยวัสดุดูดซับเสียงและสารเติมเต็มแบบขยายตัวสูงในช่องว่างของโครงสร้าง ระบบเครื่องเสียง Bang & Olufsen 25 ลำโพง 

GV90 ถือเป็นรถรุ่นแรกของ Hyundai Motor Group ที่ใช้ New Power Control System ซึ่งตัดปุ่มสตาร์ตออกไป เมื่อผู้โดยสารดึงมือจับประตู ระบบจะเปิดรถและเมื่อประตูปิดโดยอัตโนมัติ Motion Column Shifter จะเลื่อนจากตำแหน่ง 12 นาฬิกาไปยังตำแหน่ง 2 นาฬิกาเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกเกียร์ ขณะที่ Crystal Sphere Controller จะหมุนเปิดเผยชุดควบคุม และทวีตเตอร์บนแดชบอร์ดจะกางออกด้านข้างเพื่อสื่อสารว่ารถพร้อมขับ จากนั้นเพียงเหยียบแป้นเบรก รถก็พร้อมออกเดินทางโดยไม่ต้องกดปุ่มสตาร์ต 

 

อีกหนึ่งไฮไลต์คือเบาะคู่หน้าที่สามารถหมุนด้วยระบบไฟฟ้าได้ถึง 180 องศาเมื่อรถจอดอยู่ ทำให้สามารถหันหน้าเข้าหาผู้โดยสารแถวสอง และเปลี่ยนห้องโดยสารของ GV90 Neolun ให้มีลักษณะเหมือนห้องรับรองส่วนตัวอย่างแท้จริง แนวคิดเบาะคู่หน้าที่หมุนหันไปด้านหลังแบบเต็มรูปแบบแทบไม่มีให้เห็นในรถตลาดปัจจุบัน โดย Genesis นำแนวคิดดังกล่าวกลับมาใช้กับ SUV หรูยุคใหม่

นอกจากนี้ยังมีแพ็กเกจ Executive Suite แบบ 4 ที่นั่ง ซึ่งมาพร้อมพื้นไม้จริง ตู้เย็น โต๊ะทำงาน ฉากกั้นระหว่างห้องโดยสาร และหลังคากระจกที่สามารถปรับความทึบด้วยระบบไฟฟ้าได้ถึง 6 โซน ทำให้ Genesis ตั้งเป้าไปยังลูกค้าที่ต้องการใช้เวลาเดินทางเป็นช่วงเวลาส่วนตัว ขณะเดียวกันระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าก็มีข้อได้เปรียบด้านความเงียบ ความนุ่มนวล แรงบิดที่ตอบสนองทันที และพื้นห้องโดยสารที่เรียบ ซึ่งเหมาะกับรถยนต์ระดับเรือธงอย่างมาก

 

ด้านระบบความปลอดภัย GV90 ติดตั้งถุงลมทั้งหมด 12 จุด รวมถึงถุงลมนิรภัยบริเวณหลังคาเป็นครั้งแรกของโลก ออกแบบมาเพื่อปกป้องผู้โดยสารในกรณีรถพลิกคว่ำ เมื่อเกิดเหตุจะกางออกอย่างรวดเร็วเพื่อคลุมพื้นที่กระจกหลังคา ช่วยลดโอกาสที่ผู้โดยสารจะถูกเหวี่ยงออกจากตัวรถและลดการบาดเจ็บจากการกระแทกกับหลังคา นอกจากนี้ยังมีถุงลมแบบ Dual-Depth ที่ปรับการทำงานตามท่านั่ง ถุงลมบริเวณเบาะนั่งเพื่อป้องกันร่างกายไถลลอดเข็มขัดนิรภัย รวมถึงถุงลมม่านที่ขยายการป้องกันไปถึงผู้โดยสารแถวสาม 

GV90 ยังติดตั้งระบบตรวจสอบภายในห้องโดยสารที่สามารถตรวจจับประเภทของผู้โดยสารและการนั่ง เพื่อปรับการทำงานของถุงลมและเข็มขัดนิรภัยให้เหมาะสมเมื่อเกิดการชน ระบบยังสามารถตรวจจับการคาดเข็มขัดนิรภัยที่ไม่ถูกต้องหรือท่านั่งที่ผิดปกติได้ ด้านโครงสร้างตัวถัง Genesis เพิ่มความแข็งแรงแต่พยายามลดน้ำหนักด้วยการใช้โครงสร้างอะลูมิเนียมแบบหล่อและแบบอัดขึ้นรูปบริเวณพื้นตัวถัง รวมถึงใช้แผงตัวถังอะลูมิเนียมในหลายส่วน 

 

ระบบขับเคลื่อนใช้มอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้าและหลัง ให้กำลังรวมสูงสุด 657 แรงม้า และแรงบิด 800 นิวตัน-เมตร ถือเป็นระบบมอเตอร์ที่ให้สมรรถนะสูงที่สุดในบรรดารถยนต์ไฟฟ้าของ Hyundai Motor Group ในปัจจุบัน พร้อมระบบ Dual E-LSD ที่มอเตอร์ด้านหน้าและด้านหลัง เพื่อกระจายกำลังไปยังล้อทั้ง 4 ตามสภาพการขับขี่ ช่วยเพิ่มเสถียรภาพเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง และลดอาการลื่นไถลบนถนนเปียก หิมะ หรือพื้นผิวขรุขระ 

ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ความจุ 123.5 kWh ซึ่งมีความจุมากที่สุดในบรรดารถยนต์ไฟฟ้าของ Hyundai Motor Group โดยใช้เซลล์ที่ออกแบบให้มีความหนาแน่นพลังงานและกำลังจ่ายสูง ช่วยเพิ่มทั้งประสิทธิภาพด้านพลังงาน กำลัง และการชาร์จเร็ว พร้อมระบบ Wireless Battery Management System (WBMS) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดวางชุดแบตเตอรี่  สำหรับรุ่น 7 ที่นั่ง Genesis ระบุว่าสามารถวิ่งได้ประมาณ 500 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และเมื่อใช้เครื่องชาร์จเร็ว DC กำลังไฟฟ้าสูงสุด 350 kW สามารถชาร์จจาก 10-80% ได้ภายในเวลาเพียง 22 นาที

นอกจากนี้ยังมีช่วงล่าง Multi-Chamber Air Suspension ระบบโช้ก Mono-tube Dual Valve ECS และระบบเลี้ยวล้อหลัง RWS ที่สามารถเลี้ยวล้อหลังได้สูงสุด 5 องศา ช่วยลดวงเลี้ยวให้ใกล้เคียงรถขนาดกลาง และเพิ่มความคล่องตัวทั้งในการกลับรถและการจอด

ที่มา: Carscoops