เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2026 BYD ได้เผยภาพสเก็ตช์อย่างเป็นทางการของ Seagull เจเนอเรชันที่ 2 ซึ่งเตรียมเปิดตัวทำตลาดในประเทศจีนเร็วๆ นี้ โดยรถยนต์ไฟฟ้าเอาใจคนเมืองรุ่นใหม่นี้จะถูกทำตลาดในชื่อ “Great Seagull” หรือ “Da Haiou” (大海鸥) มีขนาดมิติตัวถังยาว 4,205 มม. กว้าง 1,810 มม. สูง 1,570 มม. และระยะฐานล้อ 2,650 มม. ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับ Seagull รุ่นปัจจุบัน พบว่ามีความยาวเพิ่มขึ้นถึง 425 มม. และสั้นกว่ารุ่นพี่อย่าง BYD Dolphin เพียง 65 มม. เท่านั้น
ภาพสเก็ตช์ดังกล่าวถูกเผยแพร่โดย Zhang Zhuo ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายเครือข่ายรถตระกูล Ocean ของ BYD แสดงให้เห็นถึงแนวทางการออกแบบของรถ Hatchback สายพันธุ์ใหม่ที่เน้นความสปอร์ตยิ่งขึ้น รูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นด้วยไฟหน้าทรงสามง่าม (Trident) ขนาดใหญ่ เส้นสายตัวถังมีความเฉียบคม ซุ้มล้อกว้าง และแนวขอบกระจกบังลมที่ต่ำลงเพื่อสร้างทรวดทรงให้ดูปราดเปรียว เสริมความอเนกประสงค์ด้วยล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ลาย 8 ก้าน และชุดไฟท้ายทรงเพรียวบาง โดยเน้นการจัดวางพื้นที่ภายในแบบใหม่หมดเพื่อขยายห้องโดยสารให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
ด้านระบบขับเคลื่อน หากอ้างอิงเอกสารขอจดทะเบียนยื่นขายในประเทศจีนจะใช้ชื่อว่า Great Seagull โดยจะเลือกติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว ให้กำลังสูงสุด 130 แรงม้า (PS) และทำความเร็วสูงสุดได้ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่แบบ LFP จากบริษัทลูกของ BYD อย่าง FinDreams โดยมีขนาดความจุให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ 30 kWh และ 39.2 kWh รองรับระยะทางการวิ่งตามมาตรฐาน CLTC ตั้งแต่ 320 ถึง 420 กิโลเมตร ตามลำดับ
ไฮไลต์สำคัญทางเทคโนโลยีคือการติดตั้งเซนเซอร์ LiDAR ไว้บริเวณด้านบนหลังคา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง DiPilot 300 หรือที่รู้จักกันในชื่อ “God’s Eye B” ระบบนี้จะช่วยรองรับฟังก์ชันช่วยนำทาง Navigate On Autopilot (NOA) สำหรับการขับขี่อัตโนมัติตามเส้นทางทั้งบนถนนในเมืองและทางหลวง ขณะที่ภายในห้องโดยสาร จากภาพสปายช็อตก่อนหน้านี้เผยให้เห็นหน้าจออินโฟเทนเมนต์แบบลอยตัว คันเกียร์แบบติดตั้งหลังพวงมาลัย และคอนโซลกลางขนาดใหญ่
การปรับโฉมครั้งใหญ่นี้เกิดขึ้นท่ามกลางยอดขายของ BYD Seagull รุ่นปัจจุบันเริ่มชะลอตัวลง โดยทำยอดส่งมอบในจีนช่วงเดือนมกราคมถึงสิงหาคมปี 2026 ไปได้ 74,087 คัน ซึ่งลดลง 66.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2025 ท่ามกลางสงครามการแข่งขันของรถ BEV ขนาดมินิอย่างร้อนแรง และด้วยขนาดตัวถังของรุ่นปัจจุบันที่มีข้อจำกัดทำให้การใช้งานเป็นรถคันเดียวของบ้านอาจไม่ตอบโจทย์
โดยปัจจุบัน Seagull รุ่นแรกมีราคาจำหน่ายในจีนอยู่ที่ระหว่าง 69,900 ถึง 85,900 หยวน (ราวๆ 3.2 – 4.0 แสนบาท) ซึ่งคาดว่าการมาของ Great Seagull จะเข้ามาช่วยกู้วิกฤตยอดขายในกลุ่มซิตี้คาร์ของค่ายให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง
ที่มา: Carnewschina
