เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2026 Land Rover เปิดตัว Range Rover Sport Electric เวอร์ชั่นขุมพลังไฟฟ้าล้วนรุ่นใหม่ ซึ่งเผยโฉมหลังจาก Range Rover Electric รุ่นพี่ใหญ่ไม่ถึงหนึ่งเดือน โดยพัฒนาบนงานวิศวกรรมพื้นฐาน Modular Longitudinal Architecture Flex หรือ MLA-Flex ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ พร้อมระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800V พร้อมสมรรถนะอันทรงพลังมากกว่าทุกรุ่นที่เคยมีมา
ด้านรูปลักษณ์ Range Rover Sport Electric ยังคงมีดีไซน์ใกล้เคียงกับรุ่นเครื่องยนต์สันดาปอย่างมาก โดยจุดสังเกตหลักคือไม่มีท่อไอเสีย พร้อมปรับรายละเอียดกระจังหน้าให้มีลักษณะลู่ลมมากขึ้น และติดตั้งล้ออัลลอยดีไซน์เฉพาะรุ่น ทำให้โดยรวมยังคงเอกลักษณ์ของ Range Rover Sport เอาไว้ ขณะที่ภายในและตัวถังยังคงแนวทางของรถ SUV หรูสมรรถนะสูงเช่นเดียวกับรุ่นเครื่องยนต์
โครงสร้างตัวถังของ Range Rover Sport Electric ยังได้รับการปรับปรุงให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น โดยเมื่อเทียบกับ Range Rover Sport Plug-in Hybrid รุ่นปัจจุบัน ตัวถังของรุ่นไฟฟ้ามีความแข็งแรงเพิ่มขึ้น 61% และมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำลง 73 มม. การลดจุดศูนย์ถ่วงดังกล่าวช่วยเพิ่มเสถียรภาพและควบคุมตัวถังขณะเข้าโค้ง ขณะที่ระบบช่วงล่างและการส่งแรงบิดได้รับการปรับจูนให้เหมาะสมกับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าโดยเฉพาะ
ด้านสมรรถนะ Range Rover Sport Electric ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าคู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยเมื่อเปิดใช้งาน Dynamic Launch Control ให้กำลังสูงสุด 542 แรงม้า แรงบิด 850 นิวตัน-เมตร สามารถเร่งจาก 0–100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 4.5 วินาที ซึ่งทำได้เทียบเท่ากับ Range Rover Sport รุ่นเครื่องยนต์ V8 Supercharged แม้จะเปลี่ยนจากเสียงคำรามของเครื่องยนต์ 8 สูบมาเป็นการตอบสนองแบบเงียบของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม Range Rover ยังพัฒนา Soundscape เฉพาะสำหรับรุ่นไฟฟ้า โดยระบุว่าเป็นการผสมผสานระหว่างเสียงดนตรีและวิศวกรรม เพื่อเพิ่มอารมณ์ในการขับขี่
มาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาดใหญ่ถึง 118.5 kWh ด้านการชาร์จ Range Rover Sport Electric รองรับการชาร์จไฟกระแสตรง DC Fast Charging ด้วยกำลังสูงสุด 350 kW สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 10–80% ได้ภายในเวลาเพียง 22 นาที และการชาร์จเพียง 10 นาทีสามารถเพิ่มระยะทางการขับขี่ได้สูงสุดประมาณ 220 กม. ทำระยะทางสูงสุด 600 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ซึ่งช่วยลดข้อจำกัดด้านเวลาในการชาร์จของรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ความจุสูง
แม้เปลี่ยนมาใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า แต่ Range Rover Sport Electric ยังคงรักษาความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรด โดยติดตั้งระบบ Intelligent Traction Management รุ่นล่าสุด, Dynamic Air Suspension และ Active Roll Control รวมถึง Twin Valve Dampers และระบบ Adaptive Dynamics ที่สามารถตรวจสอบพารามิเตอร์ต่าง ๆ ของตัวรถมากถึง 100 รายการ ด้วยความถี่ 500 ครั้งต่อวินาที ช่วยควบคุมการโคลงตัวและการก้ม-เงยของตัวรถได้อย่างแม่นยำ
Range Rover นำ Sport Electric ไปทดสอบสมรรถนะบนเหมืองหินอ่อน Carrara แบบเปิดในประเทศอิตาลี เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสามารถบนพื้นผิวลื่น รวมถึงทางลาดชันขึ้นและลง นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบเลี้ยว 4 ล้อ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการควบคุมตัวรถ ขณะที่สามารถลุยน้ำได้ลึกสูงสุด 900 มม. และรองรับการปีนทางลาดชันสูงสุด 45 องศา
Range Rover Sport Electric จะทำตลาดด้วย 2 รุ่นย่อย ได้แก่ Dynamic HSE และ Autobiography โดยรุ่นหลังจะเปิดโอกาสให้ลูกค้าใช้บริการ Range Rover Bespoke ที่สำหรับปรับแต่งรถตามความต้องการได้อย่างละเอียด ทั้งสีตัวถัง วัสดุ และรายละเอียดต่าง ๆ โดยจะเริ่มส่งมอบรถให้ลูกค้าในบางตลาดตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2027 อย่างไรก็ตาม ตลาดสหรัฐอเมริกาจะยังไม่มีจำหน่าย Range Rover Sport Electric สำหรับรุ่นปี 2027
ที่มา: Carscoops
