เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2026 DS Automobiles ได้เผยโฉม DS F3VER Concept รถต้นแบบที่สะท้อนทิศทางการออกแบบของแบรนด์ในอนาคต พร้อมขึ้นโชว์ตัวภายในงาน Paris Motor Show 2026 โดยนำเสนอแนวคิดการออกแบบที่ผสานตัวถังขนาดกะทัดรัดเข้ากับรูปลักษณ์โดดเด่น พร้อมเอกลักษณ์ใหม่ทั้งงานออกแบบภายนอก ไฟหน้ารูปตัว Y และแนวทางการปรับแต่งรถให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้แต่ละคน 

 

ชื่อ F3VER มาจากแนวคิดเรื่องการสร้างอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้ทันทีเมื่อพบเห็น โดยคำว่า “Fever” สื่อถึงความหลงใหลและแรงดึงดูดที่รถจากแบรนด์ DS Automobiles มอบให้มาโดยตลอด จึงใช้รถต้นแบบคันนี้เป็นพื้นที่ทดลองแนวทางใหม่ 3 ด้าน ได้แก่ การออกแบบที่สร้างแรงดึงดูด การปรับแต่งเฉพาะบุคคลในวงกว้าง และความอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันที่หลากหลาย ทั้งนี้ F3VER ยังเป็นรถต้นแบบเพื่อสำรวจทิศทางการออกแบบ ไม่ใช่การประกาศรถยนต์ผลิตจำหน่ายรุ่นใหม่โดยตรง

DS F3VER Concept มีมิติตัวถังยาว 4,190 มิลลิเมตร กว้าง 1,840 มิลลิเมตร และสูง 1,460 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,700 มิลลิเมตร โดยเน้นสัดส่วนที่แตกต่างจากรถขนาดกะทัดรัดทั่วไป ผ่านตัวถังที่ดูมีมิติและท่วงท่าสง่างาม งานออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจากหลายสาขา ทั้งอากาศยาน สถาปัตยกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล และอุปกรณ์ไฮเทค เพื่อสร้างรูปลักษณ์ที่ผสมผสานความประณีตเข้ากับความล้ำสมัย

 

ด้านหน้าโดดเด่นด้วยองค์ประกอบแนวตั้งคล้ายเสาโทเท็ม ซึ่งติดตั้งตราสัญลักษณ์ DS ไว้เป็นจุดศูนย์กลางของการออกแบบ พร้อมไฟส่องสว่างเอกลักษณ์ใหม่ที่ใช้รูปทรงตัว Y ในแนวตั้ง ช่วยสร้างบุคลิกที่จดจำได้ง่ายทั้งกลางวันและกลางคืน ส่วนด้านท้ายใช้แนวทางเดียวกัน โดยติดตั้งตราสัญลักษณ์ DS ในรูปแบบดิจิทัลไว้บริเวณกึ่งกลางกันชน พร้อมชุดไฟท้ายแบบหลายมิติที่สร้างความรู้สึกถึงความลึกคล้ายอุโมงค์แสง ภายในประกอบด้วยแผง LED จำนวน 16 แผง ติดตั้งบนโครงสร้างแมกนีเซียมน้ำหนักเบาพิเศษ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากโครงหลังคาโค้งของ Grand Palais ในกรุงปารีส

 

อีกหนึ่งแนวคิดสำคัญของ F3VER คือการยกระดับการปรับแต่งรถให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของงานออกแบบโดยตรง ไม่ใช่เพียงการเลือกสีตัวถังหรืออุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติม โดย DS Automobiles เปิดพื้นที่ให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งองค์ประกอบต่าง ๆ ทั้งสีตัวถัง วัสดุการตกแต่ง ลวดลายกราฟิก และแสงไฟ เพื่อให้รถแต่ละคันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว หนึ่งในรายละเอียดที่ถูกเพิ่มเข้ามาใหม่คือแถบตกแต่งรอบหลังคาที่สามารถปรับแต่งได้ ช่วยเน้นแนวเส้นของตัวรถและเปิดโอกาสให้เจ้าของรถเลือกแสดงบุคลิกของตนเอง

การใช้สีตัวถังแบบทูโทนได้รับการตีความใหม่ โดยเส้นแบ่งระหว่างสีทั้งสองถูกลากต่อเนื่องไปจนถึงบริเวณไฟท้าย ก่อนโอบล้อมฝาท้าย ด้านข้าง และกันชนหลัง ช่วยเปลี่ยนการรับรู้เกี่ยวกับมิติของตัวถังและเน้นให้รูปทรงดูมีความกะทัดรัดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีสีพิเศษ Cosmic Blue ซึ่งพัฒนาขึ้นสำหรับ F3VER โดยเฉพาะ เป็นสีที่เปลี่ยนเฉดไปตามสภาพแสงธรรมชาติ ตั้งแต่สีน้ำเงินสดไปจนถึงสีม่วงเข้ม ทำให้พื้นผิวตัวถังดูมีมิติและเปลี่ยนแปลงไปตามมุมมอง

 

ไฟส่องสว่างมาพร้อมแอนิเมชันแสงไฟ UX (User Experience) ที่ผสานเข้ากับชุดไฟท้ายบริเวณเสาโทเท็ม โดยสามารถใช้สร้างรูปแบบการแสดงแสงไฟเฉพาะตัว สื่อสารกับผู้ใช้งานและสภาพแวดล้อมรอบรถ รวมถึงแสดงข้อมูลให้เข้าใจได้อย่างรวดเร็ว แนวคิดดังกล่าวทำให้แสงไฟไม่ได้ทำหน้าที่เพียงให้ความสว่างหรือสร้างเอกลักษณ์ภายนอก แต่ยังกลายเป็นภาษาสำหรับสื่อสารระหว่างรถกับผู้ใช้งานด้วย

 

รายละเอียดการออกแบบยังครอบคลุมไปถึงล้ออัลลอย ซึ่งใช้รูปทรงเรขาคณิตเพื่อสร้างโครงสร้างที่มีทั้งความแข็งแรงและน้ำหนักเบา พร้อมตกแต่งด้วยรายละเอียดสีแชมเปญและลวดลายแกะสลักแบบ Clous de Paris ที่ช่วยเพิ่มความประณีตให้กับตัวรถ ขณะที่การออกแบบห้องโดยสารและตัวถังโดยรวมมุ่งสร้างความกลมกลืนระหว่างสี วัสดุ และองค์ประกอบต่าง ๆ เพื่อให้รถแต่ละคันมีภาพลักษณ์ที่สอดคล้องกันทั้งภายนอกและภายใน

อย่างไรก็ตาม ทาง DS Automobiles ยังไม่ได้เผยรายละเอียดเกี่ยวกับกำลังของมอเตอร์ไฟฟ้า ความจุแบตเตอรี่ หรือระยะทางขับขี่ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

ที่มา: DS Automobiles