เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2026 XPeng เปิดราคาจำหน่ายของ Mona L05 พร้อมรับจองล่วงหน้า ซึ่งเปิดตัวในฐานะรถ SUV ขนาดกลาง 5 ที่นั่งรุ่นใหม่ในประเทศจีน โดยมีราคาเริ่มต้น 169,800 หยวน หรือประมาณ 8.5 แสนบาท และเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 ตุลาคม 2026 โดยรถรุ่นนี้มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าล้วน (BEV) และระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าพร้อมเครื่องยนต์ปั่นไฟเพิ่มแบบ Range Extender (EREV) รวม 5 รุ่นย่อย ราคาจำหน่ายช่วงเปิดรับจองอยู่ระหว่าง 169,800–191,800 หยวน (ประมาณ 8.5-9.6 แสนบาท)
XPeng Mona L05 วางตำแหน่งทางการตลาดไว้เหนือ Mona L03 รถ SUV ขนาดกะทัดรัดที่เปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดย Mona L03 มีราคาเริ่มต้น 123,800 หยวน (6.2 แสนบาท) และมีระบบขับเคลื่อนให้เลือกทั้ง BEV และ EREV เช่นเดียวกัน โดย Mona L05 มีมิติตัวถังยาว 4,870 มิลลิเมตร กว้าง 1,930 มิลลิเมตร สูง 1,636 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,940 มิลลิเมตร โดยมีความยาวตัวถังมากกว่า Mona L03 อยู่ 220 มิลลิเมตร และมีระยะฐานล้อยาวขึ้น 90 มิลลิเมตร
ในด้านการออกแบบ Mona L05 ใช้แนวทางของตระกูล Mona โดยไฟหน้ามีชื่อเรียกจาก XPENG ว่า “星舰大灯” หรือ Starship Headlights พร้อมประตูไร้กรอบหรือ Frameless design และการซ่อนขอบยางกระจกเพื่อให้เส้นสายภายนอกดูเรียบเนียนขึ้น ขณะที่เวอร์ชั่นจีนมีชุดแต่ง ROAM เป็นอีกทางเลือกสำหรับการปรับภาพลักษณ์ให้สปอร์ตและแตกต่างจากรุ่นมาตรฐานมากขึ้น
ชุดแต่ง ROAM สามารถเลือกติดตั้งได้กับรถทั้ง 5 รุ่นย่อย โดยเพิ่มล้อขนาด 20 นิ้วลายเฉพาะ พร้อมฝาครอบคาลิเปอร์เบรกสีเดียวกับตัวถัง กันชนหน้าและหลังแบบสปอร์ต สเกิร์ตข้างสีเดียวกับตัวถัง รวมถึงตราสัญลักษณ์สีดำ สปอยเลอร์ และสคัฟเพลสประตูตกแต่งสีดำ ภายในใช้เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง Nappa ในบริเวณที่สัมผัสกับตัวผู้โดยสาร วัสดุบุเพดานลักษณะคล้ายหนังกลับ และธีมหน้าจอกับไฟ Ambient Light เฉพาะรุ่น ซึ่งสามารถเลือกใช้งานผ่านคำสั่งเสียงได้
สำหรับอุปกรณ์ภายนอกที่ติดตั้งมาเป็นมาตรฐานทุกรุ่นย่อย ได้แก่ ล้อขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางขนาด 225/60 R18 (เท่ากับ L03) ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า รวมถึงกระจังหน้าพร้อมระบบ Active Grille Shutter (AGS) ที่เปิดและปิดช่องรับอากาศด้านหน้าโดยอัตโนมัติ เพื่อจัดการการไหลเวียนอากาศตามหลักอากาศพลศาสตร์และการระบายความร้อนของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า
ห้องโดยสารและอุปกรณ์ภายในของ Mona L05 ในประเทศจีน มีจุดเด่นอยู่ที่หน้าจอกลางความละเอียด 3K ขนาด 17.3 นิ้ว ความสว่างสูงสุด 600 nits รองรับขอบเขตสี DCI-P3 ได้ 95% พร้อมจอแสดงข้อมูลบนกระจกหน้าแบบ W-HUD ขนาด 26.8 นิ้ว ซึ่งปรับความสว่างและระดับความสูงได้อัตโนมัติ ส่วนจอสำหรับผู้โดยสารตอนหลังขนาด 17.3 นิ้ว ปรับมุมได้ 0–105 องศา และผ่านการรับรองด้านการลดแสงสีฟ้าจาก TÜV เป็นอุปกรณ์เสริมที่ไม่สามารถติดตั้งร่วมกับหลังคากระจกพาโนรามาพร้อมม่านบังแดดไฟฟ้าแบบชิ้นเดียวซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานได้ (ทำให้ต้องแยกหลังคากระจกเป็น 2 ส่วนแทน)
ระบบประมวลผลใช้ชิป MediaTek MT8676 รองรับการเชื่อมต่อ 5G Wi-Fi Apple CarPlay HiCar และ ICCOA Carlink พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง 4 โซนและ XPENG Master Agent ระบบเครื่องเสียงมาตรฐานลำโพง 9 ตำแหน่ง พร้อมระบบลดเสียงรบกวนจากพื้นถนนแบบ Active Road-Noise Cancellation (RNC) และกระจกอะคูสติกสองชั้นด้านหน้า เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า พร้อมระบบอุ่นและระบายอากาศ เบาะนวด 14 จุด และ Memory seat เบาะหลังปรับพนักพิงด้วยไฟฟ้า พร้อมแบ่งพับอัตราส่วน 40:60 และเบาะด้านข้างมีระบบอุ่น นอกจากนี้ยังมีพวงมาลัยอุ่น ระบบปรับอากาศ 2 โซนพร้อมแผ่นกรอง PM2.5 แท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย 50 W
ห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุสัมผัสนุ่มในพื้นที่มากกว่า 74% พร้อมช่องแอร์แบบซ่อนและระบบไฟ Ambient Light ปรับได้ 256 สี มีความยาวรวมกว่า 4.6 เมตร พร้อมฟังก์ชัน Light Waterfall และ AI Light-following ที่สามารถปรับแสงได้ตามจังหวะเพลงหรือสีบนหน้าจอกลาง ส่วนแพ็กเกจเบาะนั่งเพิ่มเติมจะได้เบาะคนขับที่ใช้ AI ปรับการรองรับสรีระ และเบาะผู้โดยสารด้านหน้าแบบ Zero Gravity พร้อมที่รองขาแบบ Ottoman ปรับด้วยไฟฟ้าได้ 4 ทิศทาง ระยะสูงสุด 312 มิลลิเมตร ขณะที่แพ็กเกจเครื่องเสียงที่ติดตั้งเพิ่มจะอัปเกรดเป็นลำโพง 20 ตำแหน่ง รองรับระบบเสียง 7.1.4 แชนเนล
XPENG ระบุว่ามีพื้นที่เหนือศีรษะ 1,030 มิลลิเมตรในแถวหน้า และ 1,010 มิลลิเมตรในแถวหลัง พร้อมพื้นที่วางขาด้านหลัง 1,063 มิลลิเมตร และเบาะรองนั่งด้านหน้ายาว 555 มิลลิเมตร ส่วนห้องเก็บสัมภาระท้ายมีความจุ 702 ลิตร และเพิ่มเป็น 1,913 ลิตรเมื่อพับเบาะหลัง พร้อมช่องเก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk) ขนาด 102 ลิตรในรุ่น BEV บางรุ่นย่อย ภายในมีพื้นที่จัดเก็บสิ่งของ 41 จุด และจุดยึดอุปกรณ์เสริม 22 ตำแหน่ง ขณะที่จุดยึดบนหลังคารองรับน้ำหนักได้สูงสุด 75 กิโลกรัม และโต๊ะด้านหลังเบาะผู้โดยสารหน้ารองรับน้ำหนักได้สูงสุดถึง 25 กิโลกรัม
ระบบช่วยขับขี่และประมวลผล AI เป็นอีกหนึ่งจุดแบ่งความแตกต่างระหว่างรุ่นย่อย โดยรุ่น Max ใช้ชิปประมวลผล Turing AI ที่ XPeng พัฒนาขึ้นเองจำนวน 1 ชิป มีกำลังประมวลผลที่ระบุไว้ 750 TOPS และรองรับโมเดล VLA Lite รุ่นที่ 2 ส่วนรุ่น Ultra SE ติดตั้งชิป Turing AI จำนวน 2 ชิป มีกำลังประมวลผลรวม 1,500 TOPS พร้อมรองรับโมเดล VLA รุ่นที่ 2 เวอร์ชันเต็ม ซึ่งเป็นระบบที่ผสานการมองเห็น การทำความเข้าใจภาษา และการดำเนินการเข้าด้วยกัน
ราคาจำหน่ายของทั้ง 5 รุ่นย่อย ดังนี้
- รุ่นขุมพลังไฟฟ้าล้วน (BEV) 535 Max ราคา 169,800 หยวน (ประมาณ 8.49 แสนบาท)
- รุ่นขุมพลังไฟฟ้าล้วน (BEV) 635 Max ราคา 179,800 หยวน (ประมาณ 8.99 แสนบาท)
- รุ่นขุมพลังไฟฟ้าล้วน (BEV) 635 Ultra SE ราคา 191,800 หยวน (ประมาณ 9.59 แสนบาท)
- รุ่นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าพร้อมเครื่องยนต์ปั่นไฟเพิ่ม (EREV) 1310 Max ราคา 169,800 หยวน (ประมาณ 8.49 แสนบาท)
- รุ่นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าพร้อมเครื่องยนต์ปั่นไฟเพิ่ม (EREV) 1310 Ultra SE ราคา 181,800 หยวน (ประมาณ 9.09 แสนบาท)
รุ่นขับเคลื่อนไฟฟ้าล้วน 535 Max ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ความจุ 58.2 kWh รองรับระยะทางวิ่งสูงสุด 535 กิโลเมตรต่อการชาร์จ ตามมาตรฐาน CLTC ส่วนรุ่น 635 Max และ 635 Ultra SE ใช้แบตเตอรี่ความจุ 71.1 kWh โดยระบุระยะทางวิ่งสูงสุด 635 กิโลเมตรต่อการชาร์จ ตามมาตรฐานเดียวกัน ทุกรุ่นย่อยใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า พร้อมระบบโช้กอัพปรับความหนืดอัตโนมัติ DCC เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน เพื่อช่วยเพิ่มความนุ่มนวลและการควบคุมขณะขับขี่
สำหรับรุ่น EREV ทั้ง 1310 Max และ 1310 Ultra SE ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร ทำหน้าที่เป็นเครื่องยนต์ปั่นไฟร่วมกับแบตเตอรี่ความจุ 37.2 kWh โดยสามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ระยะทางสูงสุด 310 กิโลเมตร และมีระยะทางขับขี่รวมสูงสุด 1,310 กิโลเมตร เมื่อแบตเตอรี่ชาร์จเต็มและน้ำมันเชื้อเพลิงเต็มถัง ตัวเลขระยะทางทั้งหมดเป็นไปตามมาตรฐาน CLTC ของจีน ทั้งนี้ XPeng ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดตัวเลขพละกำลังของเครื่องยนต์ปั่นไฟหรือความจุถังน้ำมันในข้อมูลชุดนี้
การเปิดรับจอง Mona L05 เป็นส่วนหนึ่งของแผนเพิ่มยอดขายในช่วงไตรมาส 4 ของ XPeng โดยบริษัทระบุว่าไลน์อัพ Mona มียอดส่งมอบสะสมมากกว่า 350,000 คัน นับตั้งแต่เริ่มทำตลาดเมื่อ 2 ปีก่อน ขณะที่ยอดส่งมอบรถยนต์ของ XPeng ในเดือนกันยายน 2026 อยู่ที่ 41,256 คัน เพิ่มขึ้น 5.50% เมื่อเทียบกับเดือนสิงหาคม แต่ลดลง 0.78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะเป็นยอดส่งมอบรายเดือนสูงสุดของบริษัทในปีนี้จนถึงปัจจุบัน
เมื่อรวมยอดส่งมอบตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกันยายน 2026 XPeng ทำได้ 284,367 คัน ลดลง 9.20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ยอดส่งมอบในไตรมาส 3 อยู่ที่ 118,390 คัน เพิ่มขึ้น 2.05% เมื่อเทียบกับปีก่อน และทำสถิติสูงสุดรายไตรมาสของบริษัท โดย He Xiaopeng ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เคยระบุในการประชุมรายงานผลประกอบการเมื่อเดือนสิงหาคมว่า บริษัทตั้งเป้ายอดขายรายเดือนมากกว่า 60,000 คันในไตรมาส 4 โดยอาศัยรถยนต์รุ่นใหม่ที่จะทยอยเปิดตัว รวมถึง G9L และ Mona L05 เพื่อผลักดันการเติบโตในช่วงปลายปี
ที่มา: XPeng.Guru , CNEVpost , Autohome
