BYD เดินหน้าตามแผนประกอบรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศมาเลเซีย หลังประกาศแต่งตั้ง Inokom Corporation Sdn Bhd บริษัทประกอบรถยนต์ในเครือ Sime Darby (คุ้นหูชาวไทยเนื่องจากเป็นดีลเลอร์จำหน่ายรถยนต์หลายแบรนด์) เป็นพันธมิตรสำหรับการประกอบรถยนต์แบบ CKD (Completely Knocked Down) โดย Inokom ตั้งอยู่ในเมืองกูลิม รัฐเกดะห์ ประเทศมาเลเซีย ขณะที่รุ่นรถยนต์ที่จะนำมาขึ้นไลน์ผลิตและกำหนดการเริ่มผลิตยังไม่ถูกเปิดเผยแต่อย่างใด ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีรายงานว่า BYD ได้ยุติแผนสร้างโรงงานประกอบรถยนต์ของตัวเองในมาเลเซีย แต่ยังคงเดินหน้าผบักดันแผนการผลิตผ่านพันธมิตรท้องถิ่น
BYD มาเลเซียเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า บริษัทได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ Inokom เพื่อกำหนดกรอบความร่วมมือดังกล่าว โดยพิธีลงนามจัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่ระดับโลกของ BYD ในเมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน Inokom มีประสบการณ์ประกอบรถยนต์ให้กับผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกหลายรายอยู่แล้ว ขณะที่ Sime Motors ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจในเครือ Sime Darby ทำหน้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ BYD อย่างเป็นทางการในมาเลเซียอีกด้วย
BYD ระบุว่า การเลือก Inokom เกิดจากการประเมินสภาพตลาดในประเทศและศักยภาพด้านการผลิต โดยพิจารณาจากโรงงานที่มีอยู่ บุคลากรที่มีทักษะ และเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วน ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการประกอบรถยนต์ในประเทศ Jacob Ma กรรมการผู้จัดการ BYD Malaysia กล่าวว่า ความร่วมมือกับ Sime Darby เป็นส่วนหนึ่งของแผนบุกตลาดมาเลเซียในระยะยาวของ BYD และช่วยให้บริษัทใช้ประโยชน์จากความพร้อมด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เครือข่ายพันธมิตรมีอยู่แล้ว โดยไม่จำเป็นต้องสร้างระบบการผลิตขึ้นใหม่ทั้งหมด
ก่อนหน้านี้ ในเดือนสิงหาคม 2025 BYD เคยประกาศแผนสร้างโรงงานประกอบรถยนต์แบบ CKD ในมาเลเซีย โดยคาดว่าจะเริ่มการผลิตได้ในปี 2026 อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว The Edge รายงานเมื่อเดือนกันยายน 2026 ว่า BYD ยกเลิกแผนสร้างโรงงานประกอบรถยนต์ของตนเองในเมืองตันจุงมาลิม รัฐเปรัก แต่ยังคงเป้าหมายการประกอบรถยนต์ภายในประเทศไว้ รายงานก่อนหน้านี้ยังระบุว่า เงื่อนไขของโครงการเดิมกำหนดให้สามารถส่งออกรถยนต์ที่ผลิตได้สูงสุด 80% ของปริมาณทั้งหมด ส่วนอีก 20% ที่จำหน่ายในประเทศต้องมีราคาสูงกว่า 200,000 ริงกิตมาเลเซียต่อคัน หรือประมาณ 1,644,620 บาท
การเลือกที่จะประกอบรถยนต์ในประเทศมีความสำคัญต่อ BYD เนื่องจากช่วยให้รถยนต์สามารถแข่งขันด้านราคาได้ดีขึ้นภายใต้ข้อกำหนดการนำเข้าของมาเลเซีย โดยรถยนต์ที่นำเข้ามาในรูปแบบชิ้นส่วนเพื่อประกอบภายในประเทศอาจได้รับการยกเว้นภาษีบางประการ ทำให้แตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้าสำเร็จรูปทั้งคัน
โดยตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 เป็นต้นมา ทางการมาเลเซียกำหนดให้รถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ที่นำเข้าสำเร็จรูปต้องมีมูลค่า CIF (ต้นทุนสินค้า ค่าประกันภัย และค่าขนส่ง) ที่สำแดงได้อย่างน้อย 200,000 ริงกิตมาเลเซีย และมีกำลังขับเคลื่อนไม่น้อยกว่า 180 kW หรือประมาณ 245 แรงม้า ทั้งนี้ เกณฑ์ 200,000 ริงกิตดังกล่าวอ้างอิงจากมูลค่านำเข้าที่สำแดง ไม่ใช่ราคาขายปลีกในโชว์รูม
ข้อกำหนดดังกล่าวส่งผลต่อรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นทำตลาดหลักของ BYD บางรุ่นในมาเลเซีย ซึ่งมีราคาขายปลีกต่ำกว่า 200,000 ริงกิต ทำให้การประกอบรถยนต์ในประเทศเป็นอีกแนวทางสำคัญในการรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านราคา
นอกจากรถยนต์นั่ง BYD ยังเดินหน้าแผนธุรกิจยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ในมาเลเซียด้วย โดยเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา บริษัทได้ลงนาม MOU กับ Bus Cap Berhad ผู้ผลิตรถโดยสารของมาเลเซีย เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งโรงงานประกอบและผลิตรถโดยสารไฟฟ้าในรัฐเปรัก อย่างไรก็ตาม ทั้งโครงการรถยนต์นั่งและรถโดยสารยังต้องรอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปแบบการผลิต รุ่นรถ และกำหนดการดำเนินงานที่ชัดเจน
