หลายครั้งที่บริษัทรถยนต์ออกแคมเปญการตลาดที่ชวนให้เกาหัว โดยอาจเป็นการใช้สิ่งของเครื่องใช้ภายในห้องโดยสารหรือเกี่ยวกับ lifestyle นำมาเป็นสัญลักษณ์เพื่อสื่อถึงสิ่งที่ต้องการ โดยล่าสุดแคมเปญสุดแปลกจาก Kia ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติเกาหลีที่เพิ่งเปิดตัวน้ำหอมปรับอากาศภายในห้องโดยสารกลิ่นน้ำมันเบนซิน (Gasoline-scented Air Freshener) สำหรับผู้ขับรถยนต์ไฟฟ้าที่คิดถึงกลิ่นที่คุ้นเคย ผลิตภัณฑ์รุ่นลิมิเต็ดนี้เปิดตัวในประเทศฟินแลนด์พร้อมการเผยโฉม Kia EV4 รถไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดของแบรนด์ นับว่าเป็นไอเดียที่เก๋กู๊ดแบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน
อีกทั้งบรรจุภัณฑ์ของน้ำหอมนี้ถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายแกลลอนน้ำมันจิ๋ว (mini jerrycan) และพัฒนาร่วมกับนักปรุงน้ำหอมชื่อดังชาวฟินแลนด์ Max Perttula โดยมีกลิ่นผสมผสานระหว่าง น้ำมันเชื้อเพลิงเครื่อง โลหะ น้ำมันไม้เบิร์ช (birch tar) และดอกมะลิ (jasmine) คงไม่ใช้จะมีเพียงแต่กลิ่นของน้ำมันเป็นแน่แท้ ดอกไม้ที่มีกลิ่นประกอบด้วยสารไฮโดรคาร์บอนบางชนิดเช่นเดียวกับในน้ำมันเชื้อเพลิง Perttula อธิบายว่า จุดประสงค์ของกลิ่นนี้คือการเพิ่มความสนุกในการขับขี่ในช่วงที่เรียกได้ว่าเป็นการเปลี่ยนผ่านสู่ยุครถไฟฟ้า ผ่านกลิ่นอันคุ้นเคยของโลกยานยนต์ยุคเครื่องยนต์สันดาป
โครงการนี้เป็นผลงานของ Astara Auto ผู้จัดจำหน่าย Kia ในประเทศฟินแลนด์ ซึ่งมองว่าแคมเปญนี้ไม่ใช่แค่สีสันแห่งวงการ แต่เป็นวิธีการสื่อสารที่เข้าใจอารมณ์ของคนรักรถอย่างแท้จริง โดยเฉพาะผู้ที่ยังคงผูกพันกับเสียงเครื่องยนต์ การสั่นสะเทือน และกลิ่นของเชื้อเพลิง ที่ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่หายไปในยุคของยานยนต์ไฟฟ้า สำหรับ Kia นี่คือวิธีที่ชาญฉลาดในการเชื่อมโยงความรู้สึกระหว่างคนรักรถยุคเก่ากับโลกแห่งยานยนต์พลังงานสะอาด
แนวคิดนี้ยังสอดคล้องกับทิศทางใหม่ของ Kia ที่กำลังเร่งขยายไลน์อัปรถไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็น EV4 EV6 และ EV9 ที่เน้นดีไซน์ล้ำสมัยและความมั่นใจมากกว่าภาพลักษณ์รถราคาคุ้มค่าแบบในอดีต โดยเฉพาะ Kia EV9 รถ SUV เรือธงที่บริษัทเสนอโปรโมชั่นเช่าราคาพิเศษพร้อมดอกเบี้ย 0% เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาลองใช้รถไฟฟ้ามากขึ้นในช่วงที่ตลาดยังแข่งขันด้านราคาสูง
ขณะเดียวกัน Kia ก็ยังคงให้ความสำคัญกับลูกค้ากลุ่มดั้งเดิม ด้วยตัวเลือกรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและ Hybrid ที่ยังมีจำหน่ายควบคู่กันไป เช่น Sportage ที่ยังคงเป็นตัวเลือกที่มีราคาย่อมเยาในกลุ่ม SUV ระดับเดียวกัน ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถค่อย ๆ ก้าวเข้าสู่โลกไฟฟ้าเมื่อตนเองพร้อม
ถึงแม้น้ำหอมกลิ่นน้ำมันของ Kia จะเป็นแคมเปญที่มีอารมณ์ขัน แต่มันสะท้อนประเด็นจริงของยุคเปลี่ยนผ่าน “การขับรถไฟฟ้าไม่ได้หมายความว่าจะต้องละทิ้งความรู้สึกที่ผูกพันกับรถเครื่องยนต์แบบเดิม” การยอมรับความคิดถึงนั้นคือการทำให้แบรนด์ดูอบอุ่น มีความเข้าใจ และสร้างสะพานเชื่อมระหว่างอดีตกับอนาคตของยานยนต์ได้อย่างมีชั้นเชิง
สุดท้ายนี้ น้ำหอมกลิ่นน้ำมันของ Kia อาจไม่ได้ขายความหอม แต่ขาย “ข้อความ” ที่ว่า การเปลี่ยนแปลงไม่จำเป็นต้องลบล้างสิ่งที่เรารักในอดีต มันคือการกล่าวคำอำลาอย่างมีรอยยิ้มต่อเครื่องยนต์สันดาป และย้ำว่าความสุขของการขับรถจะยังอยู่ แม้ไม่มีควันหรือกลิ่นน้ำมันอีกต่อไป
ที่มา: Autoblog
