Ford F-150 Lightning กระบะขุมพลังไฟฟ้าได้หยุดผลิตชั่วคราว มาระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่กลายเป็นว่ามีการประกาศขยายระยะเวลาการหยุดผลิตออกไปอีก โดยจะเรียกว่า ‘อย่างไม่มีกำหนด’ ก็ว่าได้ เพราะ Ford เองไม่ได้กำหนดช่วงเวลาที่แน่ชัดว่าจะกลับมาผลิตรถกระบะ EV รุ่นนี้ใหม่อีกครั้งเมื่อใด ส่วนสาเหตุนั้นพอจะคาดการณ์ได้ว่าเป็นเพราะผลตอบรับไม่ดีเท่าใดนักจากตลาด พิสูจน์จากยอดขายรุ่นปี 2026 ซึ่งมีอัตราเติบโตขึ้นเพียง 1.0% จากปีก่อนหน้า แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมจะเติบโตมากกว่านั้น

อีกสาเหตุสำคัญที่ทำให้ Ford F-150 Lightning ต้องหยุดผลิตต่อไป เป็นเพราะผลข้างเคียงจากเหตุไฟไหม้อย่างรุนแรง ซึ่งเกิดขึ้นที่โรงงานผู้ผลิตอะลูมิเนียมรายใหญ่อย่าง Novelis เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา โดยมีการประเมินว่านี่ได้สร้างความเสียหายให้กับ Ford ระหว่างปี 2025 – 2026 เป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 1,000 ล้าน USD (ราว 32,000 ล้านบาท) Ford จึงต้องหาทางออกในการสร้างรายได้ชดเชย และ Ford F-150 เครื่องยนต์สันดาป รวมถึงขุมพลัง Hybrid คือคำตอบ

 

Ford F-150 ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปและขุมพลัง Hybrid สร้างกำไรต่อหน่วยสูงกว่า Ford F-150 Lightning ขุมพลัง EV อีกทั้งยังใช้อะลูมิเนียมในการผลิตน้อยกว่าอีกด้วย Ford จึงตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิต Ford F-150 ทั้งสองแบบขุมพลังรวมกันให้สูงขึ้นจากเดิม ผ่านการย้ายพนักงานจากโรงงาน Rouge Electric Vehicle Center ซึ่งผลิตกระบะ EV ไปเป็นพนักงานกะที่สาม ซึ่งเป็นกะที่เพิ่มเข้ามาใหม่ของโรงงาน Dearborn Truck Plant พร้อมกันนั้น ยังจะเพิ่มอัตราการจ้างงานใหม่ที่โรงงานแห่งนี้อีก 900 ตำแหน่ง

ไม่เพียงแค่นั้น Ford จะยังเพิ่มกำลังการผลิตที่โรงงาน Kentucky Plan ด้วยการว่าจ้างพนักงานใหม่อีก 100 ตำแหน่ง พร้อมกับลงทุนพัฒนาโรงงานแห่งนี้เพิ่มอีก 60 ล้าน USD (ราว 1,900 ล้านบาท) เพื่อเพิ่มความสามารถในการผลิตรถกระบะให้ได้สูงขึ้น 1 คัน/ชั่วโมง ซึ่งแม้จะฟังดูน้อย แต่นั่นคือกำลังการผลิตรถกระบะที่สูงขึ้นอีก 5,000 คัน/ปี ทั้งหมดนี้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการผลิต Ford F-150 เครื่องยนต์สันดาปและ Hybrid ให้ได้สูงขึ้นอีก 50,000 คันต่อปี

 

ที่มา: motor1, carscoops