Ford ยอมรับว่ากำลังเตรียมเพิ่มจำนวนรุ่นในตระกูล Raptor หลังจากพบว่ารถกลุ่มสมรรถนะสูงและสายออฟโรดได้รับความนิยมสูงและสร้างกำไรได้ดีกว่ารถไฟฟ้าในหลายตลาด ในปัจจุบัน Raptor วางจำหน่าย 3 รุ่น ได้แก่ F-150 Raptor Bronco Raptor และ Ranger Raptor แต่ในอนาคตอันใกล้ Ford เตรียมขยายไลน์ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้เพิ่มเติม เพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถที่มีคาแรกเตอร์ สนุก และเร้าใจ
Sherry House ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของ Ford กล่าวในงาน Barclays Global Auto and Mobility Tech Conference ปี 2025 ว่า Ford จะเอนเอียงไปทางรถที่เป็น passion product มากขึ้นและย้ำว่ารถอย่าง Raptor เป็นรถที่ผู้คนรักจริงๆ และมีบทบาทสำคัญต่อภาพลักษณ์และผลกำไรของบริษัท โดย Ford เริ่มลดการลงทุนในโครงการ EV บางส่วน หลังพบว่าความต้องการต่ำกว่าที่คาด และมีความเสี่ยงด้านการเงินสูง
Raptor กลายเป็นแบรนด์ย่อย (sub-brand) ที่แข็งแรงในตัวเอง ทั้งด้านภาพลักษณ์ สมรรถนะ และราคาขายต่อ ทำให้ Ford มองว่าการต่อยอด Raptor ไปสู่เซกเมนต์อื่น เช่น SUV ขนาดต่างๆ หรือรุ่นพิเศษสมรรถนะสูง เป็นแนวทางที่คุ้มค่าทางธุรกิจ ตัวอย่างเช่น Raptor R พลัง 900 แรงม้า ที่โชว์ตัวในงาน SEMA แม้ยังไม่ยืนยันผลผลิตจริง แต่สะท้อนว่าตลาดตอบรับรถแนวนี้อย่างชัดเจน
นอกจาก Raptor แล้ว Ford ยังเตรียมเปิดตัวรถสมรรถนะสูงรุ่นอื่นๆ เช่น Mustang Shelby GT500 รุ่นใหม่ ที่คาดว่าจะเปิดตัวราวปี 2026 รวมถึงแนวคิดที่จะเปิดตัว Mustang Sedan หรือ Mach 4 ที่เป็นข่าวลือมานาน และอาจกลายเป็นรถ 4 ประตูสายสปอร์ต ขณะเดียวกัน Jim Farley CEO ของ Ford ยังเผยว่า Ford กำลังพิจารณารถออฟโรดระดับ Supercar กำลังถึง 1,000 แรงม้าอีกด้วย
Ford ยังประกาศว่าจะเปิดตัวรถถนนรุ่นผลิตจริงจาก Ford Racing รุ่นใหม่ก่อนงาน Detroit Auto Show ที่จะจัดขึ้นในเดือนเดือนมกราคม 2026 นี้ ซึ่งอาจเป็น Ford GT รุ่นใหม่ หรือ Mustang สมรรถนะสูงเวอร์ชันพิเศษ เป็นการตอกย้ำว่า Ford กำลังหันกลับมาให้ความสำคัญกับรถที่สร้างอารมณ์ ความตื่นเต้น และภาพลักษณ์ของแบรนด์ มากกว่าการมุ่งแต่ตัวเลขยอดขาย EV เพียงอย่างเดียว
แม้ Ford จะชะลอการลงทุนกับรถ BEV บางส่วน แต่ไม่ได้ละทิ้งตลาดรถขุมพลังไฟฟ้าโดยสิ้นเชิง โดย Farley เชื่อว่ายังมีตลาดขนาดใหญ่สำหรับซีดานขุมพลังไฟฟ้า ที่เน้นอากาศพลศาสตร์ ดีไซน์สปอร์ต ขับเคลื่อนล้อหลังและมีราคาที่จับต้องได้ ซึ่งอาจเป็นการปูทางให้แนวคิด Mustang Sedan ถูกพัฒนาเป็น BEV ในอนาคต
กลยุทธ์ใหม่ของ Ford ชัดเจนว่าเป็นการฟังเสียงลูกค้ามากขึ้น แทนการผลักดันเทคโนโลยีที่ตลาดยังไม่พร้อมอย่าง EV เพียงอย่างเดียว การขยายรถรุ่นใหม่ในตระกูล Raptor และรถสมรรถนะสูงอื่นๆ ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างผลกำไร แต่ยังช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อแบรนด์ในระยะยาว ซึ่งอาจสำคัญพอๆ กับเทคโนโลยีรถยนต์ขุมพลังไฟฟ้าในอนาคต
ที่มา: Autoblog
