General motors (GM) เผยรายงานยอดขายประจำปี 2025 ซึ่งสามารถทำผลงานในภาพรวมออกมาไม่เลว หลังจากกวาดยอดขายในสหรัฐฯ ได้รวม 2,853,299 คัน เพิ่มขึ้น 5.5% จากปี 2024 ครอบคลุมทั้ง 4 แบรนด์หลัก ได้แก่ Buick Cadillac Chevrolet และ GMC ถึงแม้ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีจะเผชิญแรงกดดันและยอดขายชะลอตัวลงก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 4 ยอดขายของทั้ง 4 แบรนด์ปรับตัวลดลงทั้งหมด โดย Cadillac ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ยอดขายลดลง 16.7% ตามมาด้วย Buick ลดลง 10.5% Chevrolet ลดลง 6.7% และ GMC ลดลง 3.7% สะท้อนภาพรวมตลาดปลายปีที่เริ่มซบเซา

 

ฝั่ง Chevrolet มีทั้งรุ่นที่ทำผลงานได้น่าผิดหวังและรุ่นที่เติบโตจนสวนกระแส Corvette มียอดขายไตรมาส 4 ลดลง 10.6% และยอดขายทั้งปีร่วงถึง 26.4% ขณะที่ Trax ลดลง 27.5% ในไตรมาสสุดท้าย และ Blazer ลดลงหนักถึง 34.7% ในไตรมาสเดียวกัน ส่วน Silverado 1500 เติบโตเพียงเล็กน้อย 1.2% ตลอดทั้งปี

ในทางกลับกัน Chevrolet Equinox รุ่นปรับโฉมใหม่กลับทำผลงานได้โดดเด่นเกินหน้าเกินตาจนช่วยพรรคพวกเอาไว้ โดยยอดขายทั้งปีเพิ่มขึ้น 32.5% สามารถเก็บยอดขายได้เกือบ 275,000 คัน ขณะที่ Suburban และ Traverse ก็เติบโตแข็งแกร่งขึ้นเช่นเดียวกัน โดยเพิ่มขึ้น 32.2% และ 40.1% ตามลำดับ

 

ฝั่ง Cadillac มีการเติบโตของยอดขายที่แตกต่างกันไปในรถแต่ละกลุ่ม โดย CT5 มียอดขายเพิ่มขึ้น 11.4% และขายได้มากกว่า CT4 ถึงราว 3 เท่า เป็นการช่วยยืนยันการตัดสินใจที่จะยุติการจำหน่ายของ CT4 ในอนาคต ขณะที่ Escalade เครื่องยนต์สันดาปเติบโต 20.4% และ Escalade IQ EV พุ่งแรงถึง 1,111.2% โดยยอดขายรถไฟฟ้ารุ่นนี้ยังเพิ่มขึ้นในไตรมาส 4 แม้รัฐบาลสหรัฐฯ จะยุติเงินอุดหนุน EV แล้วก็ตาม

อย่างไรก็ตาม รถไฟฟ้า Cadillac บางรุ่นยังเผชิญแรงกดดัน ตัวอย่างเช่น Lyriq ที่มียอดขายลดลง 46.3% ในไตรมาที่ส 4 และลดลง 26.2% ตลอดปี ส่งผลให้ยอดขายหายไปประมาณ 8,000 คัน ขณะที่การเปิดตัว Optiq และ Lyriq รวมกันทำยอดขายได้ราว 20,000 คันภายในปีแรก

 

ด้าน GMC ถือเป็นแบรนด์ที่สร้างยอดขายได้ดี โดยยอดขายทั้งปีเพิ่มขึ้น 6.2% มีเพียง Terrain และ Canyon ที่ยอดขายลดลง ส่วน Hummer EV ที่แม้จะมียอดขายไตรมาส 4 จะร่วงเกือบ 50% แต่ทั้งปียังเติบโตได้ 12.8% ขณะที่ Sierra EV มียอดขายเพิ่มขึ้น 32% ในช่วงไตรมาสสุดท้าย ส่วน Buick บอกลาปี 2025 ด้วยการเติบโต 8% ขณะที่ Enclave มียอดขายพุ่งแรงกว่า 50% ถึงแม้ Envision จะยอดร่วงหนักในช่วงปลายปีก็ตาม ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า ถึงแม้การยุติเงินอุดหนุน EV จะกระทบตลาดในภาพรวมได้ชัดเจน แต่ปัจจัยเศรษฐกิจโดยรวมก็อาจเป็นแรงกดดันสำคัญต่อผู้บริโภคในปี 2026 เช่นเดียวกัน

ที่มา: Motor1