เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2026 Kia เปิดตัว EV2 รถ SUV ขุมพลังไฟฟ้าล้วนพิกัด B-segment รุ่นใหม่ล่าสุด ในฐานะรุ่นเริ่มต้นที่เข้าถึงง่ายที่สุดในพอร์ตโฟลิโอของแบรนด์ และแม้ตัวถังจะมีความความไม่มาก แต่มีจุดขายที่ความโปร่งโล่งภายในห้องโดยสาร ด้วยเส้นสายแบบเหลี่ยมสันชัดเจน โดย EV2 ถูกพัฒนาให้ผสานจุดเด่นด้านดีไซน์ที่โดดเด่น เทคโนโลยีล้ำสมัย และความอเนกประสงค์ในการใช้งานจริง เข้ากับขนาดตัวรถที่เหมาะกับการใช้ชีวิตในเมือง เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้รถไฟฟ้ากลุ่มใหม่ที่ต้องการความคุ้มค่าและใช้งานได้ทุกวัน
EV2 เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ขยายไลน์รถไฟฟ้าของ Kia ต่อจากความสำเร็จของรุ่นพี่อย่าง EV6 EV9 และล่าสุดกับ EV3 และ EV4 โดยการเข้าสู่เซกเมนต์ B-SUV ซึ่งเป็นตลาดใหญ่อันดับสองของยุโรป จะช่วยให้ Kia เข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และเสริมความแข็งแกร่งในตลาดที่คาดว่าจะเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงปลายทศวรรษนี้จากกระแสรถไฟฟ้า
Soohang Chang ประธานและ CEO ของ Kia Europe ระบุว่า EV2 คือก้าวสำคัญของแบรนด์ในการทำให้การใช้รถ EV เป็นเรื่องที่เข้าถึงได้สำหรับตลาดยุโรป ซึ่งการผลิต EV2 ที่โรงงานในประเทศสโลวาเกียไม่เพียงจะช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ แต่ยังสะท้อนความตั้งใจของ Kia ในการพัฒนารถที่ตอบโจทย์ความต้องการและพฤติกรรมการใช้งานของผู้ขับขี่ชาวยุโรปอย่างแท้จริง
ด้านงานออกแบบ EV2 ถ่ายทอดปรัชญา “Opposites United” ของ Kia ได้อย่างชัดเจน ด้วยเส้นสายที่ดูแข็งแรงและทันสมัย ผสานแรงบันดาลใจจากรถ EV รุ่นใหญ่ของค่าย เพื่อสร้างภาพลักษณ์ SUV ที่โดดเด่น แม้ตัวรถจะมีความยาวเพียงราว 4 เมตร แต่ก็เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานในเมืองและพื้นที่จำกัด
จุดเด่นของด้านหน้าคือไฟ Daytime Running Light แนวตั้ง พร้อมไฟ Signature Star Map Light รุ่นล่าสุด เส้นไหล่ตัวถังที่ชัดเจน และซุ้มล้อที่ดูบึกบึน ช่วยเสริมบุคลิกให้ตัวรถดูแข็งแรงและแตกต่างจากคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน โดยมีล้ออัลลอยให้เลือกตั้งแต่ขนาด 16 18 และ 19 นิ้ว ตามแต่ละรุ่นย่อยพร้อมสีตัวถังหลากหลาย ทั้งสีทึบ เมทัลลิก เพิร์ล และสีด้าน
สำหรับผู้ที่ต้องการภาพลักษณ์สปอร์ตและพรีเมียมยิ่งขึ้น Kia ยังนำเสนอรุ่น GT-Line ที่ตกแต่งด้วยชิ้นส่วนสีเดียวกับตัวรถ เสริมวัสดุเงาสีดำบริเวณกันชนและกระจังหน้า ให้ความรู้สึกลุยและไลฟ์สไตล์มากขึ้น ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากกิจกรรมกลางแจ้งและการผจญภัย
ภายในห้องโดยสาร EV2 ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด “Picnic Box” ที่ผสมผสานความเรียบง่ายเข้ากับความอบอุ่น ใช้วัสดุผ้าเป็นหลัก และจัดวางอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายและเป็นมิตรต่อผู้โดยสาร แดชบอร์ดแบบโอบล้อมช่วยเพิ่มความรู้สึกกว้างและสบายตา
ระบบ Infotainment แบบ 3 หน้าจอ ประกอบด้วยจอมาตรวัดผู้ขับขี่ขนาด 12.3 นิ้ว จอควบคุมระบบปรับอากาศขนาด 5.3 นิ้ว และจอกลางขนาด 12.3 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อและการอัปเดต OTA อย่างครบถ้วน ขณะเดียวกัน EV2 ยังเป็นรถรุ่นแรกที่เปิดตัวพร้อมระบบปฏิบัติการ ccNC Lite ซึ่งคงฟังก์ชันหลักไว้ครบถ้วน แต่มีต้นทุนต่ำลง ทำให้ราคาจำหน่ายเข้าถึงง่ายมากขึ้น
ถึงแม้จะเป็นรถ EV รุ่นเล็กที่สุดของ Kia แต่ EV2 กลับโดดเด่นเรื่องพื้นที่ภายใน ด้วยฐานล้อยาว 2,565 มิลลิเมตร เสริมด้วยเบาะหลังแบบเลื่อนหน้า-หลังและปรับเอนได้ในรุ่น 4 ที่นั่ง ช่วยเพิ่มพื้นที่วางขาสูงสุดถึง 958 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่ามากที่สุดในเซกเมนต์เดียวกัน และเมื่อเลื่อนเบาะหลังไปด้านหน้า จะได้พื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุดถึง 403 ลิตร ขณะที่รุ่น 5 ที่นั่งจะปรับพับได้แบบ 60 / 40 แต่จะไม่สามารถปรับเลื่อนหน้า-หลังได้ อีกทั้งยังมาพร้อม frunk ด้านหน้าขนาด 15 ลิตร รองรับการใช้งานทั้งในเมืองและการเดินทางไกล
EV2 มีแบตเตอรี่ให้เลือก 2 ความจุ ได้แก่ 42.2 kWh ในรุ่น Standard range และ 61.0 kWh ในรุ่น Long range ให้ระยะทางวิ่งสูงสุดประมาณ 317 และ 448 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTP ตามลำดับ ทั้งคู่รองรับระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 400V และการชาร์จเร็ว DC ที่ใช้เวลาเพียงราว 30 นาทีในการชาร์จจาก 10-80%
นอกจากนี้ EV2 ยังรองรับการชาร์จ AC ทั้ง 11 kW และ 22 kW เป็นครั้งแรกของ Kia ตั้งแต่ช่วงเปิดตัว พร้อมระบบวางแผนเส้นทางสำหรับรถไฟฟ้า Plug & Charge ระบบ V2L และ V2G ซึ่งช่วยให้รถสามารถจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ภายนอก หรือส่งพลังงานกลับเข้าสู่โครงข่ายไฟฟ้าได้
Kia EV2 รุ่น Standard range จะเริ่มผลิตในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 ก่อนจะตามด้วยรุ่น Long rangeและ GT-Line ในเดือนมิถุนายน 2026 ขณะที่กำหนดการเปิดตัวในแต่ละประเทศและราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการจะมีการประกาศเพิ่มเติมในภายหลัง
ที่มา: KIA
