BYD เตรียมนำเทคโนโลยี LiDAR มาติดตั้งในรถ Hatchback ขุมพลังไฟฟ้ารุ่นเริ่มต้น อย่าง Seagull และ Dolphin สำหรับตลาดจีน ตามข้อมูลล่าสุดจากเอกสารยื่นขอรับรองกับหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับระบบช่วยขับขี่อัตโนมัติของรถ BEV ที่มีราคาเข้าถึงง่าย
BYD Seagull และ BYD Dolphin เป็นรถ Hatchback ในตระกูล Ocean Series ที่ทำตลาดในหลายประเทศทั่วโลก โดย Seagull ยังใช้ชื่ออื่นๆ ในการทำตลาดอื่นๆ เช่น Dolphin Mini Dolphin Surf และ Atto 1 ก่อนหน้านี้ในช่วงต้นปี 2025 ทั้งสองรุ่นได้ติดตั้งระบบช่วยขับขี่ DiPilot 100 (God’s Eye C) ซึ่งประกอบด้วยกล้อง 12 ตัว เรดาร์คลื่นมิลลิเมตร 5 ตัว และเซนเซอร์อัลตราโซนิก 12 ตัว โดยล่าสุด BYD เตรียมเพิ่มขีดความสามารถด้านการรับรู้สภาพแวดล้อมด้วยการติดตั้ง LiDAR และเป็นการแสดงศักยภาพให้เห็นว่าอุปกรณ์ความปลอดภัยไม่จำเป็นจะต้องอยู่ในรถราคาแพงเสมอไป
ข้อมูลจากกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (MIIT) ระบุว่า BYD Seagull และ Dolphin จะสามารถเลือกติดตั้งเซนเซอร์ LiDAR เป็นออฟชั่นเสริม โดยมีภาพหลุดเผยให้เห็นตำแหน่งของเซนเซอร์ที่ติดตั้งบริเวณแนวหลังคาด้านหน้า ซึ่งเป็นตำแหน่งเดียวกับรถรุ่นที่มีระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง
การติดตั้ง LiDAR ทำให้รถทั้งสองรุ่นมีศักยภาพรองรับระบบช่วยขับขี่ระดับสูงขึ้นอย่าง DiPilot 300 หรือ God’s Eye B ซึ่งก่อนหน้านี้จำกัดอยู่ในเฉพาะรถ BYD รุ่นบนและแบรนด์ Denza เท่านั้น ระบบนี้ใช้ LiDAR แบบเดี่ยวจากผู้ผลิตชิ้นส่วนแบรนด์ Robosense ที่มีระยะตรวจจับไกลถึง 350 เมตร
อีกหนึ่งจุดเด่นของ DiPilot 300 คือการใช้ชิปประมวลผล Nvidia Drive Orin ที่ให้พลังการคำนวณสูงสุดถึง 254 TOPS ช่วยให้รถสามารถรองรับฟังก์ชัน Navigate On Autopilot (NOA) ทั้งบนถนนในเมืองและทางหลวง Motorway ซึ่งถือว่าเป็นฟังก์ชั่นที่ล้ำหน้าสำหรับรถในกลุ่มราคานี้
การนำ LiDAR และชิปประมวลผลระดับสูงมาใช้ในรถรุ่นเริ่มต้นถือเป็นเรื่องที่พบได้ยาก ก่อนหน้านี้ Leapmotor B10 เป็นรถรุ่นแรกในกลุ่มราคาประมาณ 120,000 หยวนที่ติดตั้ง LiDAR มาให้ การเคลื่อนไหวของ BYD ครั้งนี้สะท้อนความพยายามในการกดดันคู่แข่ง และรักษาความเป็นผู้นำในตลาดรถไฟฟ้าราคาประหยัดที่การแข่งขันเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น
ปัจจุบัน BYD Seagull จำหน่ายในจีนที่ราคา 69,800–85,800 หยวน ขณะที่ BYD Dolphin มีราคาที่มากกว่าเล็กน้อยอยู่ที่ 99,800–129,800 หยวน การเพิ่ม LiDAR ในรถระดับราคานี้ อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดรถไฟฟ้าจีน และสร้างแรงสั่นสะเทือนไปยังผู้ผลิตรายอื่นๆ ในอนาคตอันใกล้
ที่มา: Carnewschina
