ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในญี่ปุ่นกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ หลังจากที่ Nissan ครองตำแหน่งผู้นำยอดขาย EV ในประเทศบ้านเกิดมานานเกือบ 15 ปี แต่เมื่อไตรมาสที่ 4 ปี 2025 ที่ผ่านมา ถือเป็นครั้งแรกที่ Nissan ถูกแซงหน้าโดย Toyota ซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์ที่มียอดขายรถ BEV สูงสุดในตลาดญี่ปุ่น สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านของผู้บริโภคจากรุ่นดั้งเดิมไปสู่รุ่นใหม่จากผู้ผลิตรายอื่น
Toyota มียอดขาย BEV ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 อยู่ที่ 3,684 คัน เพิ่มขึ้นถึง 13 เท่าจากช่วงเดียวกันของปี 2024 โดยแรงหนุนสำคัญมาจากการเปิดตัว bZ4X รุ่นปรับโฉมในเดือนตุลาคม 2025 แม้ว่าตัวเลขนี้จะยังไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับตลาดโลก แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ Toyota ขึ้นเป็นผู้นำตลาด BEV ของญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในยอดขายรายไตรมาส
ในทางตรงกันข้าม Nissan มียอดขายรถไฟฟ้าลดลงถึง 56% เหลือเพียง 2,857 คันในไตรมาสเดียวกัน โดยทั้ง Leaf และ Sakura ต่างประสบปัญหาความต้องการที่ลดลงในช่วงปลายปี 2025 ทำให้ Nissan สูญเสียตำแหน่งผู้นำที่เคยครองมายาวนาน
Honda ก็เป็นอีกค่ายที่ทำผลงานได้ดีจากการเปิดตัว N-One e: รถไฟฟ้าขนาดเล็กแบบ kei car ที่มีระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 295 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ทำให้กลายเป็นรถไฟฟ้าขนาดเล็กที่วิ่งได้ไกลที่สุดในตลาดปัจจุบัน Honda มียอดขาย 2,732 คันในไตรมาส 4 ปี 2025 ซึ่งมากพอจะแซงหน้า Tesla ที่แม้จะมียอดขายเพิ่มขึ้น 62% เป็น 2,600 คัน แต่ก็ยังถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับแบรนด์ญี่ปุ่น
แม้ยอดขาย BEV จะเติบโต แต่สัดส่วนรถไฟฟ้าในญี่ปุ่นยังอยู่ในระดับต่ำมากเมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆทั่วโลก ในปัจจุบัน รถ BEV คิดเป็นสัดส่วนเพียง 1.9% ของยอดขายรถใหม่ทั้งหมดในประเทศ ซึ่งต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว อย่างไรก็ตาม รัฐบาลญี่ปุ่นพยายามเร่งการเปลี่ยนผ่านด้วยเงินอุดหนุนสูงสุด 1.3 ล้านเยนต่อคัน เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคหันมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น
ในอนาคต ตลาดอาจแข่งขันดุเดือดขึ้น เมื่อผู้เล่นใหม่อย่าง BYD จากจีนที่มียอดขายเพิ่มขึ้น 72% เป็น 832 คันในไตรมาส 4 ปี 2025 และเตรียมเปิดตัวรถ BEV พิกัด kei-car รุ่น Racco ภายในปี 2026 นี้
ที่มา: Carscoops
