เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2026 Kia ได้ขยายไลน์อัป K4 ในตลาดยุโรป ด้วยการเปิดตัว Kia K4 Sportswagon รถแวกอนรุ่นใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ได้ทั้งความสปอร์ตและการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยวางตำแหน่งทางการตลาดไว้กึ่งกลางระหว่างกลุ่ม C- และ D-segment เจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการพื้นที่ใช้สอย ความยืดหยุ่น และดีไซน์ที่โดดเด่นแตกต่างจากคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน
ดีไซน์ภายนอกถ่ายทอดแนวคิด ‘Opposites United’ ในสัดส่วนตัวถังแบบแวกอนที่มีความยาวแต่ใช้งานได้จริง ตัวรถมีความยาว 4,695 มิลลิเมตร เส้นสายด้านข้างตัวรถแนวนอนเน้นความกว้างและความมั่นคง เสริมเอกลักษณ์ด้วยไฟหน้าแบบ Star Map Signature Lighting และไฟท้าย LED ทรงตัว L กลับด้าน พร้อมรายละเอียดเฉพาะอย่างมือจับประตูหลังแบบซ่อนอยู่ที่เสา C ดีไซน์พิเศษ และท้ายรถที่ดูปราดเปรียวแต่ยังคงไว้ซึ่งความอเนกประสงค์
รุ่น GT-Line เพิ่มภาพลักษณ์สปอร์ตพรีเมียมด้วยชุดตกแต่งสีดำเงารอบคัน กันชนหน้า–หลังดีไซน์เฉพาะรุ่น และล้ออัลลอยพร้อมซุ้มล้อสีดำเงา ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยโทนสีและวัสดุเฉพาะรุ่น สะท้อนบุคลิกที่ผสมผสานความหรูหราและความสปอร์ตได้อย่างลงตัว ตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการเติมเต็มอารมณ์สปอร์ตที่ดูแตกต่าง
ภายในของ K4 Sportswagon มาพร้อมห้องโดยสารแนวเดียวกับรุ่นพื้นฐาน ด้วยหน้าจอคู่ Panorama ที่รวมหน้าจอมาตรวัด 12.3 นิ้ว และหน้าจอควบคุมระบบปรับอากาศ 5.3 นิ้ว และหน้าจอ Infotainment ขนาด 12.3 นิ้ว รองรับ Kia Connected Car Navigation Cockpit (ccNC) การเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย เบาะหน้ามีระบบอุ่นและระบายอากาศ พร้อมระบบเสียงจาก Harman Kardon และ Digital Key 2.0 ที่ใช้สมาร์ตโฟนเพื่อปลดล๊อครถแทนกุญแจหลักได้
ด้านการใช้งาน ตัวถังแวกอนช่วยเพิ่มความอเนกประสงค์อย่างชัดเจน ด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุด 604 ลิตร มากกว่าตัวถัง Hatchback ถึง 166 ลิตร และด้วยระยะฐานล้อที่ยาวถึง 2,720 มิลลิเมตรช่วยให้ห้องโดยสารตอนหลังโปร่งโล่งสบาย เหมาะกับครอบครัวและการเดินทางไกล พร้อมฟังก์ชันเฉพาะอย่างฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี เพิ่มความสะดวกในชีวิตประจำวัน K4 Sportswagon ยังอัดแน่นด้วยระบบความปลอดภัยและระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ครบครัน
ขุมพลังของรุ่น Sportswagon ยังคงพึ่งพาเชื้อเพลิงเบนซินเป็นหลัก แต่จะมีการผสานการทำงานกับระบบไฟฟ้าหลากหลายทางเลือก ตั้งแต่เครื่องเบนซิน 4 สูบ ความจุ 1.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จเจอร์ T-GDI และอัพเกรดเป็นความจุ 1.6 ลิตร เทอร์โบชาร์จเจอร์ T-GDI ไปจนถึงรุ่นที่ติดตั้งระบบ Mild-hybrid และเตรียมเพิ่มรุ่น Full Hybrid ในปี 2026 นี้ โดย K4 Sportswagon จะผลิตที่โรงงานในประเทศเม็กซิโกซึ่งเป็นฐานการผลิตหลักที่มีมาตรฐานคุณภาพและความยั่งยืนระดับโลก รองรับการส่งออกไปมากกว่า 190 ประเทศ
ที่มา: KIA
