แคนาดาเคยตั้งกำแพงภาษี เพื่อสกัดรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าจากจีนในอัตราสูงสุด 106.1% ในปี 2024 ซึ่งทางการจีนได้ตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีนำเข้า น้ำมันคาโนลาและถั่วลันเตาจากแคนาดา ในอัตรา 100% เช่นกัน แต่ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองประเทศนี้ กำลังจะผ่อนคลายลงหลัง Mark Carney นายกรัฐมนตรีของแคนาดา ได้เข้าพบและเจรจากับ Xi Jinping ประธานธิบดีจีน ที่ปักกิ่งในช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา นำไปสู่การทลายกำแพงภาษี EV จีนที่แคนาดาตั้งไว้ โดยลดลงจากเดิมถึง 100% เหลือเพียง 6.1%
อย่างไรก็ตาม มีเงื่อนไขกำหนดไว้ว่าแคนาดา จะจำกัดปริมาณการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีนในอัตรา 49,000 คันต่อปี และครึ่งหนึ่งของจำนวนนี้ต้องมีราคาจำหน่ายเริ่มต้น ต่ำกว่า 35,000 ดอลล่าร์แคนาดา (ราว 792,000 บาท) และภายในระยะเวลา 5 ปีต่อจากนี้ จะมีการเพิ่มจำนวนการนำเข้ารถยนต์จากจีนเป็น 70,000 คันต่อปี โดย Carney ระบุว่านโยบายนี้จะช่วยสร้างโอกาสให้ผู้ผลิตรถยนต์จีน หันมาร่วมมือกับบริษัทท้องถิ่น (ของแคนาดา) มากขึ้น และจะนำไปสู่การสร้างโอกาสใหม่ ให้กับคนงานรวมถึงแคนาดาต่อไป
Carney ระบุด้วยว่าจำนวน 49,000 คัน ถือเป็นการเริ่มต้นที่ไม่รุนแรง เพราะตัวเลขนี้เทียบเท่ากับยอดขาย EV จีนในแคนาดาเมื่อปี 2023 หรือคิดเป็นไม่ถึง 3% จากยอดขายรถยนต์ใหม่ในแคนาดาราว 1.8 ล้านคันต่อปี นายกรัฐมนตรีของแคนาดายังเปิดเผยว่า มีการพูดคุยโดยตรงกับบริษัทจีนซึ่งล้วนเป็นผู้นำของตลาดหลายราย โดยทั้งหมดแสดงความสนใจและตั้งใจ ที่จะร่วมมือกับบริษัทในแคนดาต่อไป อย่างไรก็ตาม Brian Kingston ตำแหน่ง CEO ของสมาคมผู้ผลิตรถยนต์แคนาดา ระบุว่าเขาผิดหวังในการกระทำนี้อย่างมาก
Kingston ระบุว่า ‘มีความเสี่ยงสูงมากที่จะปล่อยให้ EV จีนเข้าสู่ตลาด ซึ่งอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ที่แคนาดามีกับสหรัฐฯ ด้วย’ ด้าน Jamieson Greer ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ยังกล่าวเสริมด้วยว่า ‘นี่จะก่อให้เกิดปัญหากับแคนาดา’ แต่ที่น่าแปลกใจคือ ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ อย่าง Donald Trump กลับแสดงความเห็นตรงข้ามโดยระบุว่า ‘นั่นเป็นสิ่งที่รับได้ เพราะนั่นเป็นสิ่งที่เขาควรทำ เพราะถ้าคุณสามารถเจรจากับจีนได้ ก็ทำไปเถอะ’
