ผลทดสอบ อัตราเร่ง อัตราสิ้นเปลือง Toyota Hilux TRAVO OVERLAND Plus 2.8 6AT 4TREX
ราคา 1,366,000 บาท
เครื่องยนต์รหัส 1GD-FTV ดีเซล DOHC 16 วาล์ว ขนาด 2.8 ลิตร 2,755 ซีซี กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก 92.0 x 103.6 มิลลิเมตร กำลังอัด 15.6 : 1 ฉีดจ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด i-ART ผ่านราง Commonrail พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged พร้อม Intercooler กำลังสูงสุด 204 แรงม้า (PS) ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,800 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ 6AT พร้อม Sequential Shift
โหมดการขับขี่ Drive Mode มีให้เลือก 3 รูปแบบ ได้แก่
- Eco
- Normal
- Sport
ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Part-time 4WD พร้อมระบบล็อกเฟืองท้าย Differential Lock มีให้เลือก 3 รูปแบบ ดังนี้
- 2H
- 4H
- 4L
มาพร้อมโหมดการขับขี่ Multi-Terrain Select (MTS) ปรับการทำงานของเครื่องยนต์ การตอบสนองของคันเร่ง และการควบคุมเบรก ให้เหมาะสมกับสถานการณ์การขับขี่แบบ Off-road ทำงานเมื่ออยู่ที่โหมด 4H หรือ 4L มีให้เลือก 6 รูปแบบ ดังนี้
- Auto ปรับการทำงานอัตโนมัติ
- Dirt พื้นดิน/กรวด (เฉพาะ 4H)
- Sand พื้นทราย
- Mud พื้นโคลน
- Deep Snow พื้นโคลน/ร่องลึก
- Rock พื้นหิน (เฉพาะ 4L)
อัตราเร่ง 0 – 100 km/h เกียร์ D
- 10.90 sec
- 10.99 sec
- 10.98 sec
- 10.98 sec
อัตราเร่ง 0-100 km/h ทำได้เฉลี่ย 10.96 วินาที
อัตราเร่ง 80 – 120 km/h เกียร์ D
- 7.71 sec
- 7.76 sec
- 7.77 sec
- 7.78 sec
อัตราเร่ง 80-120 km/h ทำได้เฉลี่ย 7.75 วินาที
ความเร็วสูงสุดในแต่ละเกียร์บนมาตรวัด เกียร์ D
- เกียร์ 1 46 km/h @ 4,400 rpm
- เกียร์ 2 71 km/h @ 4,000 rpm
- เกียร์ 3 96 km/h @ 3,800 rpm
- เกียร์ 4 141 km/h @ 3,800 rpm
- เกียร์ 5 183 km/h @ 3,400 rpm
- เกียร์ 6 180 km/h @ 3,000 rpm
ความเร็วสูงสุดบนมาตรวัด
Top Speed บนมาตรวัด 183 km/h @ 3,400 rpm (เกียร์ 5)
รอบเครื่องยนต์ที่ความเร็ว ณ เกียร์สูงสุด
- 80 km/h @ 1,300 rpm (เกียร์ 6)
- 100 km/h @ 1,500 rpm (เกียร์ 6)
- 110 km/h @ 1,700 rpm (เกียร์ 6)
ความเร็วบนมาตรวัด เทียบความเร็วบน GPS
- ความเร็ว บนมาตรวัด 100 km/h > GPS 97.7 km/h
- ความเร็ว บนมาตรวัด 110 km/h > GPS 107.7 km/h
Fuel Consumption อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง
- ระยะทางบน Trip Meter A : 91.9 กิโลเมตร
- เติมน้ำมันดีเซล Techron : 7.28 liter
- วิ่งเฉลี่ยที่ความเร็ว 110 กิโลเมตร/ชั่วโมง เปิดแอร์ นั่ง 2 คน
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ทำได้เฉลี่ย 12.62 km/l
ตารางเปรียบเทียบกับคู่แข่งใน Segment เดียวกัน และใกล้เคียง
—————//—————
J!MMY said: ตัวเลข Drop ลง ราวๆ 0.8 กิโลเมตร/ลิตร เพราะอย่าลืมว่า นี่คือ มาตรฐานไอเสีย EURO5 แล้ว และเครื่องยนต์ ถูกปรับปรุง ให้มี หัวฉีด เพิ่มขึ้นมาอีก 1 หัว เพื่อ พ่นน้ำมัน ใน DPF โดยเฉพาะ
กรณีรถจอดนิ่ง ถ้า DPF ทำงาน รอบเครื่องอาจตีขึ้นไปเป๋น 1,800 – 2,000 รอบ/นาที แต่ถ้ากำลังวิ่งอยู่ มีแค่ข้อความขึ้นเตือนบนหน้าจอ แต่ รอบเครื่องจะไม่เพิ่มไปจากเดิมที่กำลังเหยียบอยู่แค่ไหน ก็แค่นั้น เพราะหัวฉีดจะพ่นน้ำมyนเข้าไปบางๆ ไม่ได้หนามาก
กดเต็มออกตัว อาจจะ อมอัตราเร่งกว่ารุ่นเดิม เพราะเป็นความจงใจ ทั้งเพื่อการออกตัวให้ Smooth เกียร์เปลี่ยน Smooth และเพื่อลดปัญหาเรื่อง Emission ไอเสียจะได้ไม่พุ่งพรวดออกมาตอนกดเต็มมากเกินไป
สรุป ประหยัดขึ้น 15% คือจาก 12.3 เป็น 12.6 แต่ตัวเลขอัตราเร่ง drop ลง อันเป็นผลจาก EURO5 ซึ่งระบบ DPF ทำงานราวๆ ทุกๆ 200 กม.
พวงมาลัย EPS เปลี่ยนบุคลิกจากรถหนักๆ กลายเป็นรถเลี้ยวคล่องๆไปจนประหลาดใจ และ ช่วงล่าง แม้ว่าหลังจะเหลืออาการดีดอยู่หน่อยๆ แต่ Lane change แบบหักหลบกระทันหัน ทำได้นิ่งๆ ที่ 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง สบายๆ อย่างเหลือเชื่อ !
