BYD ได้ลงนามข้อตกลงอย่างเป็นทางการกับ Kim Long Motors บริษัทผู้ผลิตยานยนต์เชิงพาณิชย์ของเวียดนาม เพื่อก่อสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าแห่งใหม่ในภาคกลางของประเทศ โครงการนี้มีมูลค่าการลงทุนราว 130 ล้านเหรียญสหรัฐ (4,102,799,753 บาท) ถือเป็นก้าวสำคัญในยุทธศาสตร์ขยายธุรกิจระดับโลกของ BYD โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ตามรายงานของสื่อจีน Economic Observer ซึ่งอ้างอิงรายละเอียดที่ถูกเปิดเผยจากรัฐบาลเวียดนามเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2026 ที่ผ่านมา โรงงานแห่งใหม่นี้จะมุ่งเน้นการผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์เชิงพาณิชย์เป็นหลักในระยะแรก โดย Kim Long Motors เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัย ประกอบ ผลิต และจำหน่ายรถบรรทุก รถบัส และยานยนต์เฉพาะทางในตลาดเวียดนาม
โครงการดังกล่าวจะดำเนินการเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรกจะสร้างโรงงานบนพื้นที่ 27 ไร่ 2 งาน มีกำลังการผลิตตามแผนปีละ 3 กิกะวัตต์ชั่วโมง (GWh) เพื่อรองรับรถบัสและรถบรรทุกไฟฟ้าเป็นหลัก ส่วนระยะที่สองจะขยายพื้นที่เพิ่มเติมอีก 37 ไร่ 2 งาน รวมเป็น 55 ไร่ พร้อมเพิ่มสายการผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ส่งผลให้กำลังการผลิตรวมเพิ่มเป็น 6 GWh ต่อปี
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับโครงสร้างการถือหุ้นระหว่าง BYD และ Kim Long Motors รวมถึงรูปแบบความร่วมมือเชิงลึก ยังไม่ได้รับการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าฝั่งเวียดนามอาจเป็นผู้รับผิดชอบต้นทุนก่อสร้าง ขณะที่ BYD ให้การสนับสนุนด้านเทคโนโลยี แต่ข้อมูลดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันจาก BYD โดยตรง
การตัดสินใจตั้งโรงงานแบตเตอรี่ในเวียดนามมีความเชื่อมโยงโดยตรงกับการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดยานยนต์พลังงานใหม่ในประเทศ ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าในเวียดนามเพิ่มจากเพียง 4,040 คันในปี 2022 เป็น 79,800 คันในปี 2024 และในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2025 ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดรวมกันพุ่งแตะราว 160,000 คัน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 38.5% ของตลาดรวม
สำหรับ BYD การลงทุนครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับยุทธศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากเปิดโชว์รูมแห่งแรกในเวียดนามเมื่อปี 2024 และตั้งเป้าขยายเครือข่ายร้านจำหน่ายให้ครบประมาณ 100 แห่งภายในปี 2026 นอกจากนี้ บริษัทยังมีโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ในจังหวัดฟู้โถ และแผนลงทุนกว่า 250 ล้านดอลลาร์ในโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ การร่วมทุนผลิตแบตเตอรี่ครั้งนี้จึงสะท้อนการเริ่มต้นวางโครงสร้างห่วงโซ่อุตสาหกรรมแบบครบวงจรในเวียดนาม ตั้งแต่การขาย การผลิตชิ้นส่วน ไปจนถึงแบตเตอรี่ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของรถ EV
ทั้งนี้ BYD ไม่ใช่ผู้ผลิตแบตเตอรี่จีนรายแรกที่เข้าสู่เวียดนาม แม้ VinFast จะครองตลาดรถยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศเกือบทั้งหมด แต่ห่วงโซ่อุปทานแบตเตอรี่ยังพึ่งพาความร่วมมือกับบริษัทจีนเป็นหลัก ตัวอย่างเช่น Gotion High-tech ที่ร่วมกับ VinES สร้างโรงงานแบตเตอรี่ LFP แห่งแรกของประเทศ รวมถึง Sunwoda ที่ตั้งฐานการผลิตโมดูลแบตเตอรี่ในเวียดนามแล้ว
ข้อได้เปรียบสำคัญของเวียดนามคือเครือข่ายข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ซึ่งช่วยให้ BYD ใช้ประเทศนี้เป็นฐานการส่งออกระดับภูมิภาค ภายใต้ความตกลง ATIGA รถยนต์และชิ้นส่วนที่ผลิตในเวียดนามและผ่านเกณฑ์ถิ่นกำเนิดสินค้า สามารถส่งออกไปยังประเทศอาเซียน เช่น ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ด้วยอัตราภาษี 0% ขณะที่ความตกลง EVFTA ยังเปิดทางให้ส่งออกไปสหภาพยุโรปโดยไม่เสียภาษีนำเข้า ช่วยลดต้นทุนเมื่อเทียบกับการส่งออกจากจีนโดยตรง
จากปัจจัยเหล่านี้ ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายจึงมองเวียดนามเป็นศูนย์กลางการขยายธุรกิจระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Chery และ Geely ที่ตั้งบริษัทร่วมทุนผลิต EV รวมถึง SAIC-GM-Wuling และ Great Wall Motors ที่เริ่มประกอบรถในประเทศแล้ว
ในปี 2025 BYD มียอดขายสะสมทั่วโลกมากกว่า 4.6 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 7.7% จากปีก่อนหน้า โดยยอดขายต่างประเทศเติบโตถึง 145% ทะลุ 1 ล้านคันเป็นครั้งแรก และด้วยเป้าหมายยอดขายต่างประเทศ 1.3 ล้านคันในปี 2026 การตั้งโรงงานแบตเตอรี่ในเวียดนามจึงเป็นอีกหนึ่งหมากสำคัญในการเร่งขยายอิทธิพลของ BYD บนเวทียานยนต์โลก
ที่มา: Carnewschina , CNEVPost
