ค่ายใบพัดฟ้าขาวได้รับบททเรียนสาหัส ในตอนที่เรียกค่าบริการ Subscription จากระบบเบาะอุ่น จนโดนทัวร์ลงสารพัดทิศ ชนิดที่ต้องยอมถอยยกเลิกนโยบายดังกล่าวในปีถัดมา แต่ใช่ว่า BMW จะยกเลิกแนวคิดเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มเติม จากอุปกรณ์ที่มี hardware ติดตั้งมาในรถแล้ว เพราะแนวคิดดังกล่าวยังคงอยู่ โดยปรับแต่งใหม่ให้สอดคล้องกับบาดแผลที่ได้ตอนทัวร์ลง ซึ่งแรงชนิดที่ผู้บริหารยอมรับว่า การตัดสินใจในตอนนั้นไม่ใช่สิ่งที่ดีนัก
โฆษกของ BMW ให้สัมภาษณ์กับสื่อของออสเตรเลียอย่าง Drive ว่า การเรียกเก็บค่าบริการ Subscription จากระบบเบาะอุ่นไม่ใช้ทางที่ดีที่สุดการเริ่มต้นธุรกิจดังกล่าว เพราะกระแสตีกลับนั้นแรงกว่าที่คาด อย่างไรก็ตาม นั่นได้สร้างบทเรียนให้กับค่ายใบพัดฟ้าขาว ปรับตัวหาทางเก็บค่าบริการอย่างเหมาะสม ด้วยการไปเรียกเก็บในส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้บริการ cloud service หรือ การอัพเดทระบบแทน พร้อมให้เหตุผลว่าลูกเล่นเหล่านี้มีต้นทุกเพิ่มเติมที่ BMW ต้องจ่ายนอกจาก hardware ที่ติดตั้งไปกับรถตั้งแต่แรก
อีกหนึ่งลูกเล่นที่ BMW เลือกที่จะนำมาใช้ในธุรกิจเรียกเก็บค่าบริการ Subscription คือระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ซึ่งแม้จะมีชิ้นส่วน hardware ติดตั้งไปในรถยนต์ทุกคันอยู่แล้ว แต่ BMW มองว่าลูกค้าอาจจะเปลี่ยนใจในภายหลังก็ได้ว่า ในตอนสั่งซื้อรถน่าจะติดตั้งอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ขับขี่มาด้วย หลังจากที่ทนขับรถฝ่าการจราจรติดขัด ซึ่งข้อเสนอของ BMW จะทำให้ลูกค้าเหล่านั้นสามารถ สั่งปลดล็อคระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติ ในสภาวะการจราจรติดขัดได้ เพียงปลายนิ้วสัมผัส
BMW iX3 คือหนึ่งในรุ่นรถยนต์ที่บริษัทเลือกนำแนวคิดเก็บค่าบริการ Subscription มาใช้ ซึ่งรวมไปถึงกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา และ แพคเกจช่วยเหลือผู้ขับขี่ Driving Assistant Pro ทั้งนี้ BMW ไม่ใช่ผู้ผลิตรถยนต์รายเดียว ที่มีแนวคิดการทำธุรกิจเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มเพราะ Tesla เองก็ใช้กับระบบขับขี่อัตโนมัติ ซึ่งเรียกเก็บค่าใช้บริการเป็นรอบบิล ในชนิดที่ยกเลิกทางเลือกการจ่ายครั้งเดียวจบแบบขายขาดไปเลย แต่อย่างน้อยค่าบริการในปัจจุบัน ยังถูกกว่าในอดีต
