เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 Toyota สหรัฐฯ ได้เปิดตัวรถ SUV รุ่น Highlander ขุมพลังไฟฟ้าล้วน 7 ที่นั่ง เตรียมวางจำหน่ายแทนที่ Highlander รุ่นเครื่องยนต์สันดาป รูปลักษณ์ใหม่สะกดตาทั้งภายนอกและภายใน ที่พร้อมพาทุกคนในครอบครัวเดินทางไปด้วยกัน นอกจากนี้ยังเป็นรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ล้วน (BEV) แบบ 3 แถวรุ่นแรกของ Toyota สำหรับตลาดสหรัฐฯ และเป็น BEV รุ่นแรกที่ประกอบในอเมริกา

 

Highlander ถูกออกแบบมาให้เป็นผู้นำที่ทั้งมีสไตล์และล้ำเทคโนโลยีในกลุ่ม SUV ขนาดกลาง David Christ รองประธานฝ่ายการตลาดของ Toyota กล่าวว่า “ดีไซน์ใหม่ที่โฉบเฉี่ยว ห้องโดยสารกว้างขวาง และเทคโนโลยีล้ำสมัย ทำให้มันเป็นส่วนเสริมที่ยอดเยี่ยมในไลน์อัพ BEV ของ Toyota ที่กำลังเติบโต” ด้วยเส้นสายที่เรียบเนียน ซุ้มล้อขนาดใหญ่ ไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED ยาวตลอดแนว และมือจับประตูแบบเรียบไปกับตัวถังเพื่อประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ 

 

ภายในห้องโดยสารเน้นเทคโนโลยีล้ำสมัย ด้วยหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่จุใจ 14 นิ้ว และหน้าจอผู้ขับขี่ขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมไฟสร้างบรรยากาศที่ปรับแต่งได้และจุดชาร์จอุปกรณ์ในทุกแถวที่นั่งเพื่อความสะดวกสบาย อีกทั้งยังมีหลังคากระจก panoramic แบบติดตั้งถาวรให้เลือก ซึ่งจะเป็นหลังคากระจกที่ใหญ่ที่สุดในไลน์อัพของ Toyota ช่วยเพิ่มความโปร่งสว่างให้ห้องโดยสาร

 

เพื่อมอบพื้นที่ที่สะดวกสบายสำหรับทุกคน Highlander ปี 2027 มีห้องโดยสารที่กว้างขวาง พร้อมเบาะ 3 แถว รองรับสูงสุด 7 ที่นั่งเมื่อเลือกเบาะแบบแถวยาว ห้องโดยสารให้ความรู้สึกพรีเมียม ด้วยเบาะหุ้มวัสดุ SofTex® เป็นมาตรฐาน วัสดุสัมผัสนุ่มบนแผงคอนโซลและแผงประตู รวมถึงไฟภายในที่ปรับบรรยากาศได้ เบาะหน้าปรับอุ่นเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมตัวเลือกเบาะหน้าระบายอากาศและเบาะแถวสองปรับอุ่น เมื่อต้องการพื้นที่เพิ่ม เบาะแถวสามสามารถพับราบ เพื่อพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านหลังมากกว่า 1,274 ลิตร

 

Highlander ปี 2027 จะมาพร้อมระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าด้วยแบตเตอรี่เป็นมาตรฐาน และมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ XLE ที่อุปกรณ์ครบครัน และ Limited รุ่นท็อป รุ่น XLE มีทั้งขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อน 4 ล้อไฟฟ้า โดยรุ่น XLE ขับเคลื่อนล้อหน้า ใช้แบตเตอรี่ความจุ 77.0 kWh เป็นมาตรฐาน มาพร้อมพละกำลังรวม 221 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 268 นิวตัน-เมตร สามารถวิ่งได้ไกลสุด 462 กิโลเมตร

ส่วน XLE ขับเคลื่อน 4 ล้อ เลือกได้ระหว่างแบตเตอรี่ 77.0 kWh หรือ 95.8 kWh ขณะที่รุ่น Limited มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และแบตเตอรี่ความจุ 95.8 kWh รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อให้กำลังรวมสูงสุด 338 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 438 นิวตัน-เมตร วิ่งได้ไกลสุด ระยะทางวิ่งสูงสุด 515 กิโลเมตร

และยังมีฟังก์ชันที่ช่วยปรับการตอบสนองต่อสภาพพื้นผิวแตกต่างกันอย่าง Multi-Terrain Select และระบบ Crawl Control ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยและความบันเทิงล่าสุด เช่น Toyota Safety Sense 4.0 (TSS 4.0) และ Toyota Audio Multimedia เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

 

ด้านเทคโนโลยี Highlander ใหม่ยังสามารถทำหน้าที่เป็นแหล่งจ่ายไฟเคลื่อนที่ได้ด้วยเทคโนโลยี vehicle-to-load (V2L) ซึ่งเป็นครั้งแรกในรถ Toyota ที่จำหน่ายในสหรัฐฯ เทคโนโลยีนี้สามารถจ่ายไฟให้เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ในงานปาร์ตี้ท้ายรถ หรือเป็นแหล่งไฟสำรองในบ้านยามไฟดับ อีกทั้งยังทำงานร่วมกับฟีเจอร์ Charge Assist และ ECO Charge ของ Toyota ที่ช่วยให้ชาร์จในช่วงค่าไฟต่ำ หรือช่วงที่พลังงานมาจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสามารถและอุปกรณ์เสริมจะประกาศภายหลัง

 

Highlander ปี 2027 เตรียมเสริมทัพ bZ bZ Woodland และ C-HR ในฐานะ BEV รุ่นที่ 4 ในไลน์อัพ Toyota ที่อเมริกาเหนือ โดยรวมแล้ว Toyota เตรียมรถที่ใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบถึง 22 รุ่น โดย Highlander ใหม่จะประกอบในสหรัฐฯ ที่โรงงาน Toyota เมือง Georgetown รัฐ Kentucky โดยใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตในอเมริกาจากโรงงานประกอบแบตเตอรี่แห่งใหม่ของ Toyota ที่เมือง Liberty รัฐ North Carolina โดยคาดว่าจะเริ่มจำหน่ายช่วงปลายปี 2026 และจะประกาศราคาจำหน่ายอีกครั้ง

ที่มา: Toyota